แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 181
1
สตูว์ไก่ SN Food: มือใหม่หัดทำสตูว์เลือก น่องไก่ แบบไหนให้เคี่ยวแล้วนุ่มละลาย?

ถ้าใครกำลังวางแผนจะทำสตูว์ไก่เมนูโปรดในวันหยุดนี้ แต่ยังลังเลว่าจะเลือก "น่องไก่" ยังไงดีให้ได้ความนุ่มนัวตามใจหวัง... วันนี้จะมาเปิดคัมภีร์การเลือกซื้อน่องไก่ฉบับคุณแม่สายเฮลตี้ให้ได้รู้กันค่ะ เพราะการเลือกวัตถุดิบให้เหมาะกับเมนู คือกุญแจสำคัญที่ทำให้รสชาติอาหารอร่อยขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งเครื่องปรุงเยอะเลย!

ไปดูกันค่ะว่า "น่องไก่ในอุดมคติ" สำหรับเมนูสตูว์ต้องดูยังไงบ้าง!

คัดเกรด "น่องไก่" สำหรับสตูว์ที่สมบูรณ์แบบ

1. สดใหม่ = ความอร่อยระดับพรีเมียม
เช็กยังไง: น่องไก่ที่สดต้องมีผิวที่เรียบตึง มีสีชมพูอ่อนๆ ไม่หมองคล้ำ ไม่มีรอยช้ำหรือรอยเลือดตกค้างที่ผิว

เทคนิค: ลองใช้นิ้วกดเบาๆ เนื้อไก่ควรมีความยืดหยุ่น คืนตัวได้ดี ไม่เหลวเละหรือนิ่มจนเกินไปค่ะ


2. เลือกขนาดให้พอดีกับระยะเวลาเคี่ยว
ทำไมถึงสำคัญ: ถ้าอยากให้สตูว์นุ่มเปื่อยเข้าเนื้อ การเลือกน่องไก่ "ขนาดกลาง" จะดีที่สุดค่ะ

เหตุผล: น่องไก่ขนาดกลางมีปริมาณเนื้อและไขมันแทรกที่สมดุล หากใหญ่เกินไปจะสุกช้าและข้างในอาจไม่เข้าเนื้อ แต่ถ้าเล็กไปเนื้อจะเปื่อยเร็วและยุ่ยจนเละก่อนผักจะสุกได้ค่ะ


3. น่องไก่ติดสะโพก (หรือน่องติดโคน): ทางเลือกของความนุ่มนัว
เคล็ดลับคุณแม่: หากเพื่อนๆ ต้องการสตูว์ที่มีรสชาติลึกซึ้ง คุณแม่แนะนำให้เลือกน่องไก่ที่ติดส่วนสะโพกมาด้วย เพราะส่วนนี้มีไขมันแทรกเยอะกว่าน่องล้วน ทำให้เวลาเราเคี่ยวนานๆ เนื้อจะไม่แห้งกระด้าง แต่จะมีความนุ่มฉ่ำนวลแบบที่สายกินสตูว์ทุกคนต้องหลงรักค่ะ


4. จัดการก่อนเข้าหม้อ: ขั้นตอนสำคัญที่ห้ามมองข้าม!
ทำความสะอาด: อย่าลืมล้างด้วยเกลือและน้ำมะนาวเพื่อขจัดกลิ่นคาว

การจี่ผิว: ก่อนจะนำลงหม้อตุ๋น ลองนำน่องไก่ไปนาบในกระทะให้ผิวตึงๆ เป็นสีเหลืองทองก่อนนะคะ วิธีนี้จะช่วยล็อกความหวานของเนื้อไก่เอาไว้ ทำให้เวลาเราตุ๋น สตูว์จะมีรสชาติ "เข้มข้นถึงใจ" มากกว่าการใส่ไก่ดิบลงไปโดยตรงค่ะ


💕 สรุปส่งท้าย

การเลือกน่องไก่ที่ดี ไม่ใช่แค่การเลือกชิ้นที่สวยที่สุด แต่คือการเข้าใจว่า "ส่วนไหนของไก่" จะตอบโจทย์กับวิธีทำของเรามากที่สุดค่ะ เมื่อเราได้วัตถุดิบที่ใช่ ผ่านกระบวนการเลือกที่ใส่ใจ รสชาติสตูว์ไก่ในหม้อใบนี้ของคุณแม่ ก็จะเป็นเมนูที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับคนที่เรารักแน่นอนค่ะ

2
ช่างซ่อมบำรุง: วิธีถอดฟิลเตอร์แอร์มาล้าง ด้วยตัวเองแบบละเอียด ปลอดภัย ไม่พัง

เรื่องปัญหาแอร์ไม่เย็น ลมแผ่ว หรือมีกลิ่นอับชื้น ซึ่งตัวการอันดับหนึ่งมักจะหนีไม่พ้น "ฟิลเตอร์แอร์" หรือแผ่นกรองฝุ่นที่อุดตันจนหนาเตอะใช่ไหมคะ? หลายคนหลังไมค์มาสารภาพกับเราว่า "อยากลองล้างเองนะคุณแม่ แต่ไม่กล้าถอด กลัวทำพลาสติกหัก กลัวไฟดูด ไม่รู้จะเริ่มแกะตรงไหนก่อนดี"

เข้าใจเลยค่ะ! ตอนแรกคนเป็นแม่อย่างเราก็กล้าๆ กลัวๆ เหมือนกัน แต่พอได้ลองทำครั้งแรกแล้วบอกเลยว่า "มันง่ายกว่าที่คิดเยอะมากค่ะ" กินเวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้น วันนี้เราเลยขอมาเปิดคู่มือจับมือทำ "วิธีถอดฟิลเตอร์แอร์มาล้างอย่างละเอียด" ฉบับแม่บ้านลุยเองได้ สบายใจชัวร์ มาดูกันเลยค่ะ!


🛡️ สเต็ปที่ 0: ปลอดภัยไว้ก่อน (Safety First!)

ก่อนจะเอามือไปแตะต้องตัวเครื่องแอร์ทุกครั้ง กฎเหล็กที่คุณแม่บ้านต้องทำคือ "ปิดแอร์และสับคัตเอาต์หรือเบรกเกอร์แอร์ลง" เสมอเพื่อตัดกระแสไฟฟ้า 100% นะคะ ห้ามแค่ปิดรีโมตเฉยๆ เด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเราค่ะ


🛠️ 4 ขั้นตอนการถอดและล้างฟิลเตอร์แอร์ (ฉบับลงลึกทำตามได้ทันที)

ขั้นตอนที่ 1: การเปิดหน้ากากแอร์ (หามุมง้าง)
ให้เรายืนบนเก้าอี้หรือบันไดที่มั่นคง จากนั้นใช้มือทั้งสองข้างจับบริเวณ "ร่องบากด้านข้าง" ของตัวหน้ากากแอร์ (จะมีหลุมเล็กๆ ให้เราเอานิ้วสอดเข้าไปได้ทั้งฝั่งซ้ายและขวาค่ะ)

ค่อยๆ ออกแรงดึงง้างหน้ากากเข้าหาตัวแล้วดันยกขึ้นด้านบน ตัวหน้ากากแอร์จะยกขึ้นและมีล็อกค้างไว้ให้อัตโนมัติเองค่ะ ตอนนี้เราจะเห็นแผ่นตาข่ายกรองฝุ่นแผ่นใหญ่ๆ 2 แผ่น เสียบอยู่ข้างหน้าเลย


ขั้นตอนที่ 2: วิธีถอดแผ่นฟิลเตอร์ออก (ดึงให้ถูกมุม)
ตรงชายล่างของแผ่นฟิลเตอร์แต่ละแผ่น จะมี "สลักหรือเงี่ยงพลาสติกเล็กๆ" ยื่นออกมาให้เราใช้นิ้วจับได้ค่ะ

ให้จับสลักนั้นแล้ว ดันขึ้นด้านบนเล็กน้อย เพื่อให้หลุดจากล็อก จากนั้นค่อยๆ เลื่อนดึงแผ่นฟิลเตอร์ตรงๆ เฉียงลงมาด้านล่าง ตามแนวสไลด์ของมันค่ะ

ทริคมนุษย์แม่: ขั้นตอนนี้ให้ขยับมือเบาๆ และใจเย็นๆ นะคะ เพราะถ้าฝุ่นเกาะหนามาก แล้วเราดึงกระชากแรง ฝุ่นจะฟุ้งกระจายร่วงใส่หน้าใส่ตาเราทันทีค่ะสลบ


ขั้นตอนที่ 3: พาไปอาบน้ำไล่ฝุ่น (ห้ามขัดแรง)
พาน้องฟิลเตอร์ไปที่ห้องน้ำเลยค่ะ นำสายฉีดชำระหรือเปิดก๊อกน้ำ ฉีดน้ำไล่ฝุ่นจากด้านหลัง (ด้านในที่สะอาด) ออกไปทางด้านหน้า (ด้านที่มีฝุ่นเกาะ) แรงดันน้ำจะดันให้แผงฝุ่นหลุดร่อนออกมาเป็นแผ่นอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องขัดเลยค่ะ

ข้อควรระวัง: ห้ามใช้แปรงลวด แปรงซักผ้าขนแข็ง หรือขัดถูรุนแรงเด็ดขาดนะคะ เพราะตาข่ายฟิลเตอร์บอบบางมากอาจฉีกขาดได้ หากมีคราบมันหรือคราบเหนียวจากแป้ง/น้ำหอม ให้ใช้น้ำยาล้างจานหรือสบู่อ่อนๆ ผสมน้ำแล้วใช้นิ้วมือหรือฟองน้ำนุ่มๆ ลูบเบาๆ ก็พอค่ะ


ขั้นตอนที่ 4: ผึ่งลมให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับ
สะบัดน้ำออกเบาๆ แล้วนำแผ่นฟิลเตอร์ไปวางพิงพิง ผึ่งลมไว้ในที่ร่มจนแห้งสนิท

ข้อควรระวัง: ห้ามนำไปตากแดดจัดๆ เด็ดขาดนะคะ เพราะความร้อนจากแดดเมืองไทยจะทำให้โครงพลาสติกบิดเบี้ยว เสียรูปทรง แล้วจะเอากลับมาใส่ล็อกเดิมไม่ได้ ต้องซื้อใหม่เลยนะคะ

เมื่อแห้งดีแล้วก็นำไปสไลด์เสียบกลับเข้าที่เดิม ดันตัวสลักล่างให้เข้าล็อกให้สนิท ดันฝาหน้ากากแอร์ปิดลงมา กดเน้นตรงมุมซ้ายขวาให้เข้าล็อกดังกึก เป็นอันเสร็จพิธีค่ะ! สับเบรกเกอร์ขึ้นเปิดแอร์รับลมเย็นฉ่ำได้เลย!

3
การจัดฟันเด็กในช่วงที่ฟันกำลังพัฒนามีข้อดีอย่างไร

การจัดฟันในเด็กในช่วงที่ฟันและขากรรไกรกำลังพัฒนา (Phase 1 Orthodontics) มักทำในช่วงอายุประมาณ 4-15 ปี ซึ่งถือเป็น "ช่วงเวลาทอง" ที่ได้เปรียบกว่าการจัดฟันตอนโตอย่างมาก โดยมีข้อดีหลัก ๆ ดังนี้ครับ

🦷 1. ขยายขากรรไกร ลดโอกาสโดน "ถอนฟันแท้" ตอนโต
ในช่วงวัยเด็ก กระดูกขากรรไกรยังไม่ปิดสนิทและกำลังเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ การใช้เครื่องมือจัดฟันเด็กจะช่วยกระตุ้นและชักนำให้ขากรรไกรขยายตัวออกเพื่อรองรับฟันแท้ซี่ใหญ่ ๆ ได้อย่างเหมาะสม ช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ฟันขึ้นมาเรียงตัวสวย ไม่เบียดซ้อนเก และช่วยลดความรุนแรงของเคสฟันเกจน ลดโอกาสที่ลูกจะต้องโดนถอนฟันแท้ทิ้ง เพื่อหาช่องว่างในการจัดฟันตอนโตได้ดีมากครับ


📐 2. ช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าและคางให้สมส่วน
การจัดฟันเด็กสามารถส่งผลถึงโครงสร้างกระดูกใบหน้าได้โดยตรง หากเด็กมีปัญหาขากรรไกรบนยื่น (หน้าดูอูม) หรือขากรรไกรล่างโตไม่ทัน (คางสั้น คางหลบ) เครื่องมือจัดฟันเด็กจะช่วยชักนำ กระตุ้น หรือชะลอการเติบโตของกระดูกขากรรไกรให้เติบโตออกมาสัมพันธ์กันพอดี ทำให้แนวคางมีมิติ ริมฝีปากหุบสนิท โครงหน้าด้านข้างดูสมดุลละมุนเป็นธรรมชาติ ซึ่งหากปล่อยให้โตจนกระดูกแข็งเป๊กแล้ว จะไม่สามารถปรับรูปหน้าแบบนี้ด้วยเครื่องมือจัดฟันได้ แต่อาจต้องพึ่งการผ่าตัดขากรรไกรแทน


👅 3. ปรับพฤติกรรมกล้ามเนื้อช่องปากที่เป็นต้นเหตุของฟันเก
เครื่องมือจัดฟันเด็กหลายชนิด (เช่น เครื่องมือซิลิโคนนิ่ม EF Line) ทำหน้าที่บำบัดกล้ามเนื้อและปรับพฤติกรรมผิด ๆ ในช่องปากไปในตัว เช่น

ช่วยบล็อกไม่ให้น้องติดนิสัยเอาลิ้นยื่นออกมาดันฟันหน้า (ตัวการทำฟันเหยิน)

บังคับให้ริมฝีปากปิดสนิทเพื่อปรับพฤติกรรมการชอบอ้าปากหายใจให้กลับมาหายใจทางจมูกตามปกติ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาโครงสร้างฟันและรูปหน้ายาวรีจากต้นเหตุ


🍏 4. ส่งเสริมระบบบดเคี้ยว การออกเสียง และลดฟันผุ
ระบบย่อยอาหารดีขึ้น: การปรับการสบฟันให้ถูกต้องช่วยให้เด็ก ๆ กระจายแรงบดเคี้ยวได้สมดุล เคี้ยวอาหารได้ละเอียด ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหารและการเจริญเติบโต

พูดชัดถ้อยชัดคำ: ช่วยแก้ปัญหาลมรั่วจากฟันห่างหรือฟันสบเปิด ทำให้ออกเสียงพยัญชนะต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น

ทำความสะอาดง่าย: เมื่อฟันเรียงตัวเป็นระเบียบ เศษอาหารจะไม่เข้าไปอุดตันตามซอกมุม บล็อกมหันตภัยฟันผุและเหงือกอักเสบในเด็กได้ดีเยี่ยม


🛡️ 5. ปกป้องฟันแท้จากอุบัติเหตุไม่คาดฝัน
เด็ก ๆ ในวัยซนมักจะวิ่งเล่นหกล้มหรือทำกิจกรรมโลดโผน หากลูกมีลักษณะฟันบนยื่นเกออกมาข้างหน้ามากๆ เวลาเกิดอุบัติเหตุหน้ากระแทกพื้น ฟันหน้าจะเป็นส่วนแรกที่รับแรงกระแทกเต็มๆ จนเสี่ยงหักหรือบิ่น การรีบจัดฟันเด็กจะช่วยดึงฟันหน้ากลับเข้ามาในมุมที่หลบภัย ช่วยเซฟฟันแท้ของลูกเอาไว้ได้ครับ


🥰 6. เสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจตั้งแต่วัยเยาว์
ปัญหารูปร่างฟันผิดปกติ ฟันยื่น หรือฟันซ้อนเก มักทำให้เด็ก ๆ ไม่กล้าฉีกยิ้มกว้าง ๆ หรือโดนเพื่อนล้อจนเสียความมั่นใจและเก็บกด การปรับปรุงรอยยิ้มให้สวยงามและโครงหน้าสมส่วนตั้งแต่เด็ก จะช่วยให้เขามีความมั่นใจ กล้าแสดงออก และมีบุคลิกภาพที่ดีติดตัวไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ครับ

4
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอายุ
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี
1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้
- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม
เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
 พิกัด : https://shopee.co.th/dseelin_official


5
คอร์สสูตร "ซอสผัด" ซอสกะเพรา สไตล์ครูแมกซ์
เคล็ดลับซอสผัดเงินแสน
เปลี่ยนร้านธรรมดาๆให้ลูกค้าติดใจ!
ซอสผัดคือหัวใจสำคัญของอาหารจานเด็ด… รสชาติที่ลูกค้าจดจำและกลับมาซ้ำ!
ครูแมกซ์เผยสูตรลับที่ใช้สร้างเงินแสนมากกว่า 10 ปี!
ซอสดี อาหารรสด็ด ลูกค้าติด ธุรกิจปัง!
สมัครวันนี้ รับทันทีสูตรลับที่จะเปลี่ยนร้านอาหารธรรมดาให้กลายเป็นร้านดังในพริบตาเพียงคุณลงมือทำ!

คุณจะได้เรียนรู้:
✅ สูตรผสมซอสผัดขั้นเทพ แบบทีละขั้นตอน ทำตามง่ายได้ง่ายๆ
✅ รายชื่อวัตถุดิบที่ครูแมกซ์คัดสรรมาแล้ว พร้อมยี่ห้อแนะนำอย่างชัดเจน
✅ เทคนิคการชั่ง ตวง วัด ผสม เคี่ยวซอสให้รสชาติคงที่ทุกครั้ง
✅ วิธีเก็บรักษาซอสให้อยู่ได้นาน 6 เดือน เพื่อประหยัดเวลาให้คุณไม่ต้องนั่งเคี่ยวทุกวัน

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


6
เมนูสร้างรายได้ แกงเทโพหมูสามชั้น แกงไทยรสชาติกลมกล่อมหอมอร่อยอย่างลงตัว

แกงเทโพอาหารจานหนึ่งที่ผสมผสานรสชาติอันเข้มข้น กลิ่นหอมของสมุนไพรและรสชาติครีมมี่อย่างลงตัว แกงเทโพเป็นแกงแบบดั้งเดิมที่ทำจากหมูสามชั้น ผักบุ้ง และพริกแกงแดงรสเข้มข้นเคี่ยวในกะทิ ถึงแม้แกงเทโพจะไม่โด่งดังระดับโลกเท่าแกงเขียวหวานหรือต้มยำ แต่แกงเทโพก็เป็นอัญมณีล้ำค่าที่ซ่อนเร้นของอาหารไทยพื้นบ้านที่ควรค่าแก่การยกย่อง

แกงเทโพหมูสามชั้น เป็นแกงไทยที่มีรสชาติเข้มข้น หวานอมเปรี้ยว เค็มกำลังดี มีส่วนผสมหลักคือ ผักบุ้งไทยที่กินกับแกงได้ดีเยี่ยม และหมูสามชั้นที่ให้ความนุ่มชุ่มฉ่ำ รสชาติโดดเด่นของแกงเทโพมาจากน้ำปรุงรสที่ใช้มะขามเปียกและน้ำตาลปี๊บเป็นหลัก ผสานกับน้ำพริกแกงที่เผ็ดร้อนจากพริกแกงเผ็ด และความหอมมันจากกะทิสด ทำให้แกงเทโพเป็นอีกหนึ่งเมนูแกงไทยที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

แกงเทโพ คืออะไร?
แกงเทโพเป็นแกงแดงชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดในภาคกลางของประเทศไทย แตกต่างจากแกงแดงทั่วไป แกงเทโพมีรสชาติที่สมดุลเป็นพิเศษ ทั้งเผ็ด เค็ม และเปรี้ยวเล็กน้อย เติมน้ำมะขามเปียกลงไป จุดเด่นของแกงเทโพคือเนื้อหมูสามชั้นที่เคี่ยวในกะทิจนนุ่มและหอมอร่อย การใช้ผักบุ้งช่วยเพิ่มความสดชื่น ขณะที่ใบมะกรูดให้กลิ่นหอมของส้มและมะนาว

ส่วนผสมหลัก
จิตวิญญาณของแก่งเทโปอยู่ที่วัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน:
หมูสามชั้น – เนื้อหมูนุ่มละลายในปาก
เครื่องแกงแดง – ส่วนผสมของพริก กระเทียม ตะไคร้ ข่า และสมุนไพรไทยอื่นๆ
กะทิ – เพิ่มความครีมมี่และช่วยปรับสมดุลความเผ็ดร้อนจากพริกแกง
น้ำมะขาม – ให้รสเปรี้ยวเล็กน้อยที่ช่วยเพิ่มรสชาติโดยรวม
น้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ – เพื่อความสมดุลของรสเค็มและรสหวาน
ผักบุ้ง – ให้ความสดชื่นและกรุบกรอบ
ใบมะกรูด – กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย

โปรไฟล์รสชาติ
สิ่งที่ทำให้แกงเทโพมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือรสชาติที่กลมกล่อมหมูสามชั้นติดมันช่วยขับรสชาติเข้มข้นของแกงออกมา เสริมรสชาติด้วยรสขมอ่อนๆ และความกรุบกรอบของผักโขม น้ำมะขามเปียกให้รสเปรี้ยวอ่อนๆ ที่ช่วยตัดความมันส่วนเกิน ทำให้แกงเทโพมีรสชาติกลมกล่อมและอร่อยลงตัว

วิธีการเสิร์ฟแบบดั้งเดิม
แกงเทโพมักรับประทานคู่กับข้าวหอมมะลินึ่ง ซึ่งจะช่วยดูดซับรสชาติของซอสแกงกะหรี่ได้อย่างลงตัว บางบ้านยังเสิร์ฟคู่กับผักสดเพื่อตัดกับรสชาติเข้มข้นของหมูสามชั้นอีกด้วย

ทำไมคุณควรลองแกงเทโพ
เป็นอาหารคลาสสิกที่คุ้นเคยในครัวเรือนของคนไทย
มีรสชาติที่ผสมผสานกันเป็นเอกลักษณ์เมื่อเทียบกับแกงไทยอื่นๆ
เน้นการใช้มะขามซึ่งเป็นส่วนผสมที่มักมองข้ามในแกงไทย
เป็นเมนูที่สะท้อนถึงแก่นแท้ของอาหารไทยที่ผสมผสานรสชาติได้อย่างลงตัว

เคล็ดลับการทำ:
ผัดพริกแกง: ผัดน้ำพริกแกงกับหัวกะทิให้หอมแตกมัน เพื่อเพิ่มความหอมและรสชาติของพริกแกง
เคี่ยวหมู: ใส่หมูสามชั้นลงไปเคี่ยวในน้ำกะทิจนเปื่อยนุ่ม จะทำให้หมูมีรสชาติและนุ่มอร่อย
ใส่ผัก: ใส่ผักบุ้งลงไปในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อไม่ให้ผักนิ่มจนเกินไป

หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้แกงไทย แต่อยากลิ้มลองรสชาติที่มากกว่าแกงเขียวหวานและแกงแดงทั่วไปแกงเทโพหมูสามชั้นคือเมนูที่ต้องลอง รสชาติเข้มข้น เผ็ดร้อน เปรี้ยวเล็กน้อย และหอมกลิ่น ทำให้แกงเทโพเป็นเมนูที่เข้าถึงหัวใจของอาหารไทยดั้งเดิม ไม่ว่าคุณจะปรุงเองที่บ้านหรือรับประทานที่ร้านอาหารไทย แกงเทโพนี้จะต้องประทับใจคุณอย่างแน่นอน

7
ผลข้างเคียงของการให้ อาหารสายยาง ผ่านจมูก !

การให้อาหารทางสายยาง ถือเป็นวิธีการรักษาทางการแพทย์อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งหลายคนอาจจะเคยเห็นผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยางมาบ้าง ซึ่งในการให้อาหารทางสายยางนั้น ต้องกระทำโดยผู้เชี่ยวชาญ จะต้องมีผู้ดูแลที่ความรู้ในเรื่องของการให้อาหารทางสายยาง รวมไปถึงวิธีการใส่สายยางให้อาหารเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย เพราะการให้อาหารทางสายยางนั้น มีวิธีการที่ค่อนข้างซับซ้อน หากไม่ระมัดระวังอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายผู้ป่วยได้ หรืออาจจะทำให้ผู้ป่วยได้รับอันตรายจากการให้อาหาร เพราะฉะนั้นการในอาหารทางสายยาง จึงต้องมีความจำเป็นที่ผู้ดูแลจะต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เพราะว่าขั้นตอนการให้อาหารนั้น บางครั้งอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้

ซึ่งผู้ดูแลจะต้องเข้ารับการแก้ไขทันที หรือควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลอย่างเร่งด่วน วันนี้เราจะพามาดูถึงผลข้างเคียงในการให้อาหารทางสายยาง โดยผ่านรูจมูกของผู้ป่วย ซึ่งวิธีดังกล่าวนั้นเรามักจะพบเห็นได้บ่อยตามโรงพยาบาล ซึ่งการให้อาหารทางสายยางให้อาหาร โดยผ่านรูจมูกนั้น ผู้ดูแลจะต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องของใส่สายยางให้อาหารเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย หลีกเลี่ยงการทำให้อวัยวะส่วนอื่นเกิดการระคายเคือง หรือเกิดแผลภายในร่างกายได้ ซึ่งการให้อาหารทางสายยางอีกรูปแบบหนึ่งก็คือ การให้อาหารทางสายยาง อาหารสุขภาพ โดยการเจาะบริเวณหน้าท้องและสอดสายยางให้อาหารไปที่กระเพาะอาหารโดยตรง ซึ่งจะไม่ยุ่งยากในเรื่องของการใส่สายยาง ซึ่งยังทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกทรมานเวลาที่ต้องสอดใส่สายยางเข้าร่างกายด้วย แต่แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาถึงวิธีการให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วยเอง

สำหรับผลข้างเคียงในการให้อาหารทางสายยางโดยผ่านรูจมูกนั้น สามารถเกิดผลข้างเคียงแก่ร่างกายผู้ป่วยได้หลายกรณี ซึ่งก่อนที่จะให้อาหารแก่ผู้ป่วย ผู้ดูแลจะต้องทำการใส่สายยางให้อาหารเข้าร่างกายผู้ป่วย ในขั้นตอนนี้มีความจำเป็นจะต้องทำโดยผู้ดูแลที่มีความชำนาญในการให้อาหารทางสายยาง เพราะหากใส่สายยางไปในตำแหน่งที่ผิด อาจจะทำให้ผู้ป่วยได้รับอันตรายได้ โดยที่สายยางให้อาหารนั้น จะถูกสอดผ่านจากรูจมูกของผู้ป่วยข้างใดข้างหนึ่ง ผ่านไปในโพรงจมูก และวกลงไปในคอหอย ไปยังหลอดอาหาร

จนกระทั่งปลายสายยางอยู่ในตำแหน่งของกระเพาะอาหารพอดี วึ่งปลายสายจะอยู่ในตำแหน่งของกระเพาะอาหารหรือไม่ ผู้ดูแลจะต้องทำการตรวจสอบให้ดีก่อนให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วย ถ้าหากสายยางลื่นหลุดออกจากตำแหน่งของกระเพาะอาหาร ทำให้ต้องใส่ใหม่ ผลกระทบหรือผลข้างเคียงของการใส่สายยางให้อาหารทางรูจมูกนั้น อาจจะทำให้จมูกและไซนัสอักเสบได้ เนื่องจากให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุจมูกข้างนั้นได้ นอกจากนี้การใส่สายยางให้อาหารอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณภายในของร่างกายที่สายยางให้อาหารเคลื่อนผ่าน อาจจะทำให้เกิดแผลบริเวณลำคอได้เช่นเดียว ซึ่งต้องระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ

ทั้งนี้สายยางให้อาหารอาจทำให้เกิดคออักเสบ หรือต่อมทอนซิลอักเสบได้ หรือตัวสายยางอาจไประคายเคืองที่รูเปิดของท่อปรับความดันของหูชั้นกลาง ซึ่งอยู่ด้านหลังของโพรงจมูก และก่อให้เกิดหูอื้อหรือก่อให้เกิดหูชั้นกลางอักเสบได้เช่นกัน รวมทั้งผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกว่ากลืนน้ำลายได้ไม่ปกติเนื่องจากสายยางนั้นค้ำอยู่ในหลอดอาหาร

อย่างไรก็ตาม อาหารบางส่วนอาจย้อนจากกระเพาะอาหารขึ้นมาในคอหอยได้เนื่องจากสายยางคาอยู่ที่รูเปิดของกระเพาะอาหารกล้ามเนื้อหูรูดของกระเพาะอาหารจึงทำงานได้ไม่ดี เห็นมั้ยว่าหากผู้ดูแลไม่มีความชำนาญในการให้อาหาร อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายผู้ป่วยได้ เพราะฉะนั้นจะต้องระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ เพราะการให้อาหารทางสายยาง หากเกิดข้อผิดพลาดที่รุนแรงอาจจะทำให้ผู้ได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลย อย่างไรก็ตามในการให้อาหารทางสายยาง ถึงแม้จะมีการให้อาหารอีกหลายวิธี ที่ไม่ต้องให้อาหารทางจมูก และไม่ต้องยุ่งยากเรื่องของการใส่สายยาง แต่แพทย์ก็จะพิจารณาตามความเหมาะสมของสภาพร่างกายและความพร้อมของผู้ป่วยว่าจะสามารถให้อาหารทางสายยาง โดยทางไหนได้บ้างที่จะทำให้ผู้ป่วยปลอดภัยมากที่สุด

8
จัดฟันบางนา: อายุที่เหมาะสม ในการจัดฟันแบบใส invisalign !

การจัดฟันแบบใส ถือเป็นการจัดฟันรูปแบบที่ใช้นวัตกรรมรูปแบบใหม่ของอเมริกา และเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน การจัดฟันแบบใส invisalign เป็นการจัดฟันที่ออกแบบด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบ 3D ที่มองเห็นการเคลื่อนตัวของฟันไปในตำแหน่งที่ต้องการ ให้อยู่ในช่วงเวลาที่ทันตแพทย์ได้กำหนดไว้ ผู้เข้ารับการรักษาจะสามารถมองเห็นการเคลื่อนตัวของฟันและการวางแผนได้ก่อนเข้ารับการรักษา

การจัดฟันแบบใส invisalign สามารถเข้ารับการจัดฟันได้ทุกช่วงอายุ ตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ที่มีฟันกรามครบสมบูรณ์แล้ว นอกจากนี้ผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใส ต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี สำหรับการจัดฟันแบบใส invisalign จะรู้สึกระคายเคืองในช่วง 2-3 วันแรกหลังจากทำการจัดฟัน และอาการระคายเคืองจะหายไปเอง เมื่อฟันเข้าที่ดีแล้ว

หากสนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส invisalign ทางคลีนิคเรามีทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจัดฟัน สามารถให้คำปรึกษาและคำแนะนำเรื่องการจัดฟันแบบใส invisalign ได้ฟรี กับทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการจัดฟัน มีประสบการณ์อย่างยาวนาน และที่สำคัญได้รับการรับรองจากอเมริกาให้ทำการจัดฟันแบบใส invisalignได้ รวมไปถึงการบริการที่ประทับใจจากคลีนิคด้วย

ควรดื่มน้ำมากๆ ระหว่างการ จัดฟันแบบใส invisalign !

การจัดฟันนั้น หลังจากที่เข้ารับการรักษาแล้ว ก็อาจจะส่งผลข้างเคียงให้กับช่องปากของคุณ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะจัดฟันแบบไหน ก็สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะร่างกายของเราและช่องปากของเรายังไม่ชินกับการที่มีเครื่องมืออยู่ภายในช่องปากตลอดเวลา การจัดฟันแบบใส invisalign ก็เช่นเดียวกัน ในช่วงที่ใส่อุปกรณ์ไปแรกๆ ช่องปากก็อาจจะยังไม่ปรับตัว หรือยังไม่เข้าที่นั่นเอง

ซึ่งเมื่อเราได้ทำการใส่เครื่องมือการจัดฟันเข้าไปในช่องปาก โดยเฉพาะการ จัดฟันแบบใส invisalign เมื่อใส่เครื่องมือไปในช่วงแรกๆ ช่องปากยังไม่ปรับตัว ทำให้ผลิตน้ำลายมากกว่าปกติ ซึ่งผู้เข้ารับการรักษาก็ต้องปรับตัวให้ชินเช่นกัน แต่วิธีการแก้ปัญหาผลข้างเคียงนี้ แก้ได้ ด้วยการดื่มน้ำให้มากๆ ซึ่งการดื่มน้ำจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ และหลังจากนั้น เมื่อเครื่องเข้าที่ดีแล้ว ร่างกายสามารถปรับตัวเข้ากับเครื่องมือได้แล้ว ก็จะทำให้ช่องปากและฟันของคุณสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติเหมือนเดิม

ซึ่งการจัดฟันทุกรูปแบบ มักจะมีปัญหาที่พบได้บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยที่บางกรณีอาจจะทำให้พูดไม่ชัดบ้าง หรือเกิดแผลในช่องปากบ้าง ก้ไม่ต้องตกใจ เพราะมันเป็นเรื่องที่ปกติมาก เพียงแต่หลังจากที่เข้ารับการจัดฟันเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อให้มีผลการรักษาที่ดี รวมไปถึงการใช้งานของฟันที่จะทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กลับมามีรอยยิ้มที่มั่นใจอีกครั้ง

9
วิธีการป้องกัน ลมเข้ากระเพาะผู้ป่วย ขณะให้อาหารสายยาง !

การให้อาหารทางสายยาง ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องของการกลืนอาหาร ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยสามารถรับสารอาหารที่ร่างกายต้องการและเพียงพอ รวมไปถึงยังสามารถป้องกันภาวะขาดสารอาหารในผู้ป่วยได้อีกด้วย การให้อาหารทางสายยาง จำเป็นจะต้องมีเจ้าหน้าที่หรือผู้ดูแลที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการให้อาหารทางสายยาง

เพราะการให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ หรือผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว ถือเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก และผู้ให้อาหารจะต้องมีประสบการณ์ เพราะการให้อาหารทางสายยาง จำเป็นต้องมีความละเอียดอ่อน ทั้งยังต้องสังเกตอาการของผู้ป่วยขณะให้อาหารทางสายยางด้วยว่ามีอาการอย่างไรบ้าง รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ขณะให้อาหาร ผู้ดูแลจะต้องรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วมเพราะถ้าเกิดผู้ป่วยสำลักอาหาร หรือมีอาการผิดปกติขณะให้อาหาร ผู้ดูแลจะต้องรีบหาสาเหตุและแก้ไขทันที เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย เพราะอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

นอกจากนี้การให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วย ผู้ดูแลจะต้องระมัดระวังเรื่องของอุปกรณ์ให้อาหารทางสายยาง จะต้องมีความชำนาญในเรื่องของการใช้อุปกรณ์ ขั้นตอนในการให้อาหารทางสายยางและ วิธีป้องกันการเกิดปัญหาต่างๆ อย่างเช่นการให้อาหารอาจจะเกิดการติดขัดของสายยางให้อาหารได้ หรือผู้ป่วยอาจจะเกิดการสำลักอาหาร ผู้ดูแลจะต้องรีบแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ การให้อาหารทางสายยาง จะต้องระมัดระวังเรื่องของ วิธีการให้อาหาร เพราะบางครั้งหลังจากให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว ผู้ป่วยอาจจะมีอาการผิดปกติ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้

ยกตัวอย่างเช่น อาจจะมีลมเข้าไปในกระเพาะอาหารของผู้ป่วย ในขณะที่ผู้ดูแล กำลังให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วย ผู้ดูแลจะต้องมีวิธีการป้องกันลมเข้ากระเพาะอาหารของผู้ป่วยผู้ดูแลจะต้องดึงจุกที่ปิดหัวต่อปลายสายให้อาหารออก ขณะเดียวกันใช้นิ้ว พับสายคีบเอาไว้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ลมเข้ากระเพาะอาหารของผู้ป่วย เพราะอาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาหารท้องอืดได้ อย่างไรก็ตาม การให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วย จะต้องใส่ใจในเรื่องของความสะอาดเป็นอย่างมาก เพราะการให้อาหารทางสายยางนั้น หากต้องเจาะบริเวณหน้าท้อง อาจจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย จึงต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

รวมไปถึงอาหารปั่นผสมที่ใช้ให้ผู้ป่วยจะต้องมีความสะอาด ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ และต้องให้อาหารที่เหมาะสมกับโรคของผู้ป่วยด้วย ซึ่งควรใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและมีประโยชน์ อาหารปั่นผสมที่นำไปให้แก่ผู้ป่วยจะต้องผ่านการตรวจสอบจากนักโภชนาการก่อน เพราะอาหารที่นำไปให้ผู้ป่วยนั้น อาจจะต้องจำกัดปริมาณ สัดส่วน ให้เหมาะสมต่อความต้องการของร่างกายผู้ป่วย

หากให้ในปริมาณที่มากไปหรือน้อยอาจจะทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เรื่องของอาหารปั่นผสมที่ใช้ให้ผู้ป่วย นอกจากจะต้องมีความสะอาดแล้ว ยังต้องคำนึงถึงคุณค่าทางอาหารอีกด้วย ผู้ป่วยบางโรค อาจจะรับประทานอาหารบางชนิดไม่ได้ หรือควรหลีกเลี่ยง ผู้ที่ทำอาหารปั่นผสมจะต้องรู้ถึงข้อมูลอาการป่วยด้วย เพื่อที่จะได้ผลิตอาหารออกมาให้ดข้ากับโรคผู้ป่วย โดยที่ไม่ทำให้ผู้ป่วยเหิดอันตรายจากการรับอาหารปั่นผสมเข้าไป อย่างไรก็ตาม ภาชนะในการใส่อาหารก็ต้องมีความสะอาด ต้องไม่มีสารปนเปื้อนหรือสิ่งปนเปื้อน เพราะอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อ หรือผู้ป่วยอาจจะมีอาการท้องเสียได้ ซึ่งจะทำให้อาการป่วยอาจจะทรุดลงได้

10
จัดฟันบางนา: วิธีป้องกันฟันเหลือง

หลายคนอยากมีบุคลิกภาพที่ดูดี นอกจากหน้าตา ผิวพรรณ และรูปร่างแล้ว รอยยิ้มที่สดใสก็เป็นส่วนประกอบสำคัญ และช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ สร้างความรู้สึกประทับใจให้กับผู้พบเห็น และหนึ่งในวิธีการเพิ่มความมั่นใจให้กับรอยยิ้มคือการมีฟันที่สีขาว ดูสะอาด แต่หลายคนกลับพบปัญหาสีฟันเหลือง หรือสีเทา บางคนเข้าใจว่าสาเหตุมาจากเนื้อฟันของมนุษย์ที่มีสีเหลืองอยู่แล้ว ซึ่งถึงแม้จะเป็นความจริง หากแต่มีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันเหลืองได้ ไม่ใช่ฟันเหลืองจากเนื้อแท้เพียงอย่างเดียว ปัญหาฟันเหลืองมักจะพบเห็นได้บ่อยในวัยทำงาน เนื่องจากคนในวัยทำงานมีพฤติกรรมการติดกาแฟ ชา หรืออาจจะมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในระหว่างวัน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เอง เป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดฟันเหลือง

และยิ่งถ้าหากทำความสะอาดฟันได้ไม่ดีด้วยแล้ว จะยิ่งทำให้เกิดฟันเหลืองได้ง่าย ซึ่งจะทำให้เสียบุคลิกภาพและไม่มีความมั่นใจเวลาที่ต้องยิ้ม ถึงแม้อาการฟันเหลืองจะพบได้บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ควรละเลยในการทำความสะอาดและเข้าพบทันตแพทย์ เพราะอาการฟันเหลืองอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของโรคปริทันต์ นอกจากฟันเหลือง ยังมีอาการอื่นๆอีกที่ไม่ควรละเลย อาทิ ปวดฟัน ฟันโยก เสียวฟันจากน้ำเย็นและน้ำร้อน ฟันหลุด เป็นต้น สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการป้องกันฟันเหลือง เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาเป็นแนวทางในการดูแลรักษาความสะอาดของสุขภาพช่องปากและฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ก่อนอื่นต้องมาพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันเหลืองก่อน เพราะการหลีกเลี่ยงการเกิดฟันเหลืองย่อมดีกว่าการรักษามาก สาเหตุของการเกิดฟันเหลืองส่วนใหญ่มีพฤติกรรมมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารสีเข้ม ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำตาล สีดำ เช่น ชา กาแฟ เฉาก๊วย ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก หรือสีแดงส้ม เช่น ไวน์แดง แกงต่างๆ การรับประทานอาหารเหล่านี้ย่อมทำให้เกิดสีสะสมที่ฟันจนฟันเหลือง หรือสีเดียวกับอาหารที่เรารับประทานเข้าไป นอกจากนี้ หากมีการอุดฟันด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน สีของอาหารสีเข้มและเขม่าควันบุหรี่จะเข้าสะสมที่วัสดุอุดได้ด้วยเช่นกัน และจะเห็นชัดเจนที่ขอบรอยต่อระหว่างวัสดุอุดกับฟัน

นอกจากนี้สาเหตุหลักๆอีกอย่างหนึ่งคือ พฤติกรรมการสูบบุหรี่ เพราะสารเคมีที่เกิดการเผาไหม้ของบุหรี่ โดยเฉพาะพวกที่มีส่วนประกอบของกำมะถันจะสะสมอยู่บนผิวฟัน และแทรกซึมเข้าไปในชั้นเนื้อฟัน ซึ่งสะสมได้เร็วมากและขูดออกได้ยากมาก นอกจากนี้ คราบบุหรี่จะสะสมรวมกับคราบจุลินทรีย์และแร่ธาตุในน้ำลาย เกิดเป็นคราบหินปูนตามขอบฟันและเหงือก จนเป็นสีเทาดำอีกด้วย นอกจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแล้ว ในเรื่องของอายุก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุในการเกิดฟันเหลือง เมื่ออายุมากขึ้น ฟันก็จะสึกจากการถูกใช้งานจนเกิดฟันเหลือง เช่น ถูกการกัดกร่อนจากอาหาร และถูกแปรง จนชั้นเคลือบฟันบางลงเองตามธรรมชาติ นอกจากนี้  ในผู้สูงอายุยังพบว่าโพรงประสาทและเส้นเลือดฝอยที่มาหล่อเลี้ยงฟันมักจะตีบ และมีการสร้างชั้นเนื้อฟันหนาขึ้นทำให้ฟันมีลักษณะแห้งเปราะ และฟันเหลืองเข้มขึ้นได้

และวิธีการป้องกันการเกิดฟันเหลืองนั้น อย่างแรกเลยคือ เราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารสีเข้มและอาหารที่ทำลายชั้นเคลือบฟัน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังรับประทานอาหารสีเข้ม ควรรีบบ้วนปากหรือแปรงฟัน หากเป็นอาหารที่มีรสเปรี้ยว หรืออาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด ควรเว้นระยะหลังการรับประทานอย่างน้อย 30 นาที จึงค่อยแปรงฟัน เนื่องจากใน 30 นาทีแรก เคลือบฟันที่ถูกกรดกัดจะอ่อนแอ หากแปรงจะยิ่งทำลายชั้นเคลือบฟัน ทำให้ฟันเหลืองได้ อย่างไรก็ตาม เราควรเลิกสูบบุหรี่ ขูดหินปูน และขัดฟัน จะช่วยได้มากเลยทีเดียว นอกจากนี้ การแปรงฟันอย่างถูกต้องเหมาะสม ถือว่าเป็นการป้องกันฟันเหลืองได้ดี

โดยวิธีการแปรงที่ถูกต้องคือ แปรงแบบขยับขนแปรงสั้นๆ แล้วปัดไปทางด้านปลายฟัน ใช้แปรงชนิดขนแปรงปลายมน อ่อนนุ่ม แปรงให้ถึงทุกด้านของทุกซี่ฟัน นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ฟันสะอาด คือการใช้ไหมขัดฟันขัดทุกซอกฟัน จะช่วยขจัดคราบจุลินทรีย์ที่มีสีขาวเหลือง ซึ่งเป็นสาเหตุฟันเหลืองได้ด้วย ทำให้เรามีความมั่นใจ มีรอยยิ้มที่สดใส ทั้งยังช่วยให้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรงอีกด้วย

แก้ไขข้อความ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026, 21:04:37 น. โดย siritidaphon »

หน้า: [1] 2 3 ... 181
โพสต์ฟรี ลงประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี google ลงประกาศขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด ประกาศฟรี ขายฟรี ขายรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ สถานที่ท่องเที่ยว เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ Google