แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 175
1
วิธีดูแล สารอาหารและน้ำ สำหรับผู้ป่วยรับประทานอาหารสายยาง

การดูแลสารอาหารและน้ำสำหรับผู้ป่วยทางสายยางเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะร่างกายผู้ป่วยไม่สามารถบอกความต้องการได้ชัดเจนเหมือนคนปกติ ผู้ดูแลจึงต้องสวมบทบาทเป็น "นักกำหนดอาหาร" และ "ผู้เฝ้าระวัง" ไปพร้อมกันครับ

แนวทางการจัดการสารอาหารและน้ำให้สมดุลและปลอดภัยที่สุดครับ

1. การจัดการสารอาหาร (Nutritional Management)
ต้องเน้นความเข้มข้นที่เหมาะสมกับพลังงานที่ร่างกายต้องการ:

ความเข้มข้นมาตรฐาน: โดยทั่วไปคือ 1 kcal : 1 ml (เช่น อาหาร 250 มล. ให้พลังงาน 250 แคลอรี่)

โปรตีนต้องถึง: สังเกตจากแผลกดทับหรือความเต่งตึงของกล้ามเนื้อ หากแผลหายช้า อาจต้องเพิ่ม ไข่ขาวต้ม ในสูตรอาหารปั่น

กากใยห้ามขาด: เพื่อป้องกันท้องผูก ควรมีผักปั่นละเอียด (ผักกาดขาว/แครอท) ในสูตรเสมอ

การแบ่งมื้อ: ควรแบ่งเป็น 4-5 มื้อต่อวัน เพื่อไม่ให้กระเพาะอาหารทำงานหนักเกินไปในครั้งเดียว


2. การจัดการน้ำ (Fluid Management)

น้ำมีความสำคัญเท่ากับอาหาร เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ (Dehydration) และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานปกติ:

การล้างสาย (Flush): ใช้น้ำต้มสุกสะอาด 30-50 มล. ล้างสายทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลัง ให้อาหารหรือยา

น้ำดื่มระหว่างวัน: หากคำนวณแล้วปริมาณน้ำจากการล้างสายยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ (ปกติประมาณ 1,500-2,000 มล. ต่อวัน รวมอาหาร) ให้เพิ่มมื้อน้ำเปล่าระหว่างมื้ออาหารได้ครับ

สังเกตสีปัสสาวะ: * สีเหลืองอ่อน: ปริมาณน้ำเหมาะสม

สีเหลืองเข้ม/กลิ่นฉุน: ร่างกายเริ่มขาดน้ำ ควรเพิ่มปริมาณน้ำตามหลังอาหาร


3. สัญญาณเตือน: สารอาหารและน้ำ "ไม่สมดุล"

ผู้ดูแลควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ ดังนี้ครับ:

ภาวะขาดน้ำ: ริมฝีปากแห้ง ตาโหล ผิวหนังคืนตัวช้า ปัสสาวะน้อย

ภาวะน้ำเกิน: ขาบวม กดบุ๋ม นอนราบแล้วเหนื่อยหอบ (พบบ่อยในผู้ป่วยโรคไตหรือโรคหัวใจ)

ภาวะน้ำตาลสูง (ในเบาหวาน): ผู้ป่วยอาจมีอาการซึมลง หรือปัสสาวะบ่อยผิดปกติ

📊 ตารางสรุป: ข้อควรปฏิบัติในการดูแลประจำวัน

หัวข้อ                            สิ่งที่ต้องทำ (Do)                       สิ่งที่ต้องระวัง (Don't)
อุณหภูมิน้ำ/อาหาร   ใช้อุณหภูมิห้องหรืออุ่นเล็กน้อย          ห้าม ใช้น้ำเย็นจัด (ทำให้ท้องอืด)
ความสะอาด           ใช้น้ำต้มสุกสะอาดเท่านั้น                   ห้าม ใช้น้ำประปาที่ไม่ได้ต้มสุก
การบันทึก         จดปริมาณอาหารและน้ำที่ให้ในแต่ละวัน   ห้าม ให้เกินปริมาณที่แพทย์สั่ง (เสี่ยงสำลัก/บวม)
น้ำหนักตัว          ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละ 1 ครั้ง                  ห้าม ปล่อยให้น้ำหนักลดฮวบโดยไม่ปรึกษาหมอ


💡 เคล็ดลับ

หากผู้ป่วยมีอาการ "ท้องเสีย" บ่อยครั้งหลังให้อาหาร ให้ลองเช็ก 2 จุดครับ:

ความเร็ว: คุณปล่อยอาหารไหลเร็วเกินไปหรือไม่? (ควรใช้เวลา 15-20 นาที)

ความเข้มข้น: อาหารอาจจะหวานหรือเข้มข้นเกินไป ลองผสมน้ำต้มสุกเพิ่มเพื่อเจือจางลงเล็กน้อยจะช่วยได้มากครับ

2
ข้อดี ของการให้อาหารสายยาง !

การให้อาหารทางสายยาง (Enteral Nutrition) เป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้ตามปกติ ยังคงได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ ซึ่งมีข้อดีที่สำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกายดังนี้ครับ


1. ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนและแม่นยำ

ควบคุมปริมาณได้: ผู้ดูแลสามารถกำหนดจำนวนแคลอรี่ (Calories) และสัดส่วนสารอาหาร (โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, ไขมัน) ได้ตามที่แพทย์สั่งอย่างเป๊ะๆ ซึ่งต่างจากการกินทางปากที่ผู้ป่วยอาจทานได้น้อยหรือเบื่ออาหาร

ฟื้นฟูร่างกายได้เร็ว: เมื่อได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ร่างกายจะมีพลังงานไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยให้แผลผ่าตัดหรือแผลกดทับหายเร็วขึ้น และป้องกันกล้ามเนื้อลีบฝ่อ


2. ลดความเสี่ยงในการสำลักและปอดอักเสบ

ปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีปัญหาการกลืน: ในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคทางสมอง (เช่น อัมพฤกษ์) การกลืนมักผิดปกติ การให้ผ่านสายยางจะช่วยส่งอาหารตรงเข้าสู่กระเพาะ โดยไม่ผ่านหลอดลม

ลดโอกาสติดเชื้อ: ป้องกันเศษอาหารหรือน้ำหลุดเข้าไปในปอด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคปอดบวม (Aspiration Pneumonia)


3. รักษาการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

ลำไส้ไม่ฝ่อ: การให้อาหารผ่านทางเดินอาหารโดยตรงช่วยกระตุ้นให้ลำไส้มีการบีบตัวและทำงานอยู่เสมอ

เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ระบบทางเดินอาหารเป็นแหล่งผลิตภูมิคุ้มกันที่สำคัญ การได้รับอาหารทางนี้จะช่วยรักษาความแข็งแรงของเยื่อบุลำไส้และจุลินทรีย์ตัวดี (Probiotics) ได้ดีกว่าการให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ


4. สะดวกในการบริหารยา

ให้ยาได้ครบตามโดส: ยาบางชนิดมีรสขมหรือมีปริมาณมากจนผู้ป่วยปฏิเสธการทาน การให้ผ่านสายยางช่วยให้ผู้ป่วยได้รับยาครบถ้วนตามเวลา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรสชาติครับ


5. ลดความเครียดของทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล

ลดแรงกดดันในมื้ออาหาร: ผู้ดูแลไม่ต้องกังวลว่า "วันนี้คนไข้จะกินได้กี่คำ" และผู้ป่วยเองก็ไม่ต้องพยายามฝืนกลืนในขณะที่ร่างกายไม่พร้อม ทำให้บรรยากาศการดูแลผ่อนคลายขึ้น

📊 ตารางสรุป: ประโยชน์เด่นในผู้ป่วยแต่ละกลุ่ม

กลุ่มผู้ป่วย                         ประโยชน์หลักที่ได้รับ
ผู้สูงอายุ/สำลักง่าย            ปลอดภัยจากการสำลักลงปอด
ผู้ป่วยเบาหวาน/โรคไต   ควบคุมระดับน้ำตาลและเกลือแร่ได้แม่นยำ
ผู้ป่วยมีแผลกดทับ          ได้โปรตีนสูงเพื่อเร่งการสร้างเนื้อเยื่อ
ผู้ป่วยมะเร็ง/เบื่ออาหาร   มีแรงไปต่อสู้กับการรักษา (คีโม/ฉายแสง)


💡 เคล็ดลับ

การให้อาหารทางสายยาง "ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว" นะครับ ในหลายๆ เคส สายยางเป็นเพียง "สะพานเชื่อม" เพื่อประคองร่างกายให้แข็งแรงพอ จนกระทั่งผู้ป่วยสามารถฝึกกลืนและกลับมาทานอาหารทางปากได้ตามปกติในที่สุดครับ

3
เที่ยววัดกรุงเทพ 17 วัดสวย จนโลกตะลึง

เราจะพาทุกคนไปเที่ยววัดในกรุงเทพ ไหว้พระ 17 วัด นอกจากได้บุญได้กุศลกลับบ้านแล้ว ยังได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศกับวัดสวยงามกลางกรุงเทพกันด้วย ทริปเที่ยวกรุงเทพครั้งนี้สายมูต้องห้ามพลาด ไหว้พระ 17 วัดเสริมสิริมงคล พร้อมเก็บรูปสวย ๆ กันได้เลย

1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว

วัดในกรุงเทพที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของคนไทย "พระแก้วมรกต หรือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร" ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ
อย่าพลาดเข้าไปกราบไหว้สักการะและขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต หลังจากไหว้พระขอพรก็เดินชมจิตรกรรมฝาผนัง และความวิจิตรบรรจงของความปราณีตของสถาปัตยกรรมของไทย หรือเข้าชมพิพิธภัณฑ์สมัยแรกในการก่อตั้งวัด และของโบราณเอาความรู้ติดตัวกลับบ้าน เดินขยับไปด้านในอีกนิดจะพบกับพระบรมมหาราชวังผ่านพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทที่แสนงดงามเหนือคำบรรยาย

จุดเด่น : มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นสมบัติของชาติอันทรงคุณค่า สถาปัตยกรรมงดงาม
ตำแหน่งที่ตั้ง: ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 8.30 - 15.30 น.

2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์

ไปสักการะพระพุทธไสยาสน์ และไหว้พระวิหารสี่ทิศ ซึ่งได้มีพระพุทธรูปสำคัญจากสี่หัวเมืองใหญ่สมัยรัชกาลที่ 1
นำมาประดิษฐานไว้ ทิศตะวันออกประดิษฐานพระพุทธมารวิชัย ทิศตะวันตก ประดิษฐานพระชินศรีมุนีนาถ ทิศเหนือประดิษฐานป่าลิไลย ทิศใต้ประดิษฐานพระชินราชวโรวาทธรรมจักร
มาเที่ยววัดในกรุงเทพวัดนี้วัดเดียวเหมือนได้ไปไหว้พระสี่ภาครวมมาประดิษฐานวัดเดียวเลย และแถมให้อีกอย่างสำหรับใครปวดเมื่อย วัดโพธิ์ต้นตำรับนวดไทย ใครได้นวดรับรองหายเมื่อยเป็นปลิดทิ้งแน่นอน

จุดเด่น: เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญและมีชื่อเสียงระดับโลก มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สักการะเพื่อเป็นศิริมงคล
ตำแหน่งที่ตั้ง: 2 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน 08.00 - 17.00 น.

3. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดแจ้ง

ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยากับตำนานสงครามยักษ์วัดโพธิ์กับวัดอรุณ เรารู้จักกันดีว่า วัดแจ้ง แลนด์มาร์ควัดสวย ๆ ในกรุงเทพวัดหนึ่งของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
มาแล้วต้องได้ขึ้นไปสักการะพระปรางค์วัดอรุณ สายฮิปสเตอร์ชอบไปถ่ายรูป

เนื่องด้วยสีพาสเทลขององค์พระปรางค์ทำมาจากถ้วยชามเบญจรงค์และเปลือกหอย สวยโดดเด่นสะดุดตา สำคัญที่สุดอย่าลืมเข้าไปพระอุโบสถ ที่ประดิษฐานพระประธานชื่อว่า "พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ไหว้ขอพรท่านแล้วไปปล่อยนก ปล่อยปลา ก่อนเดินทางไปเที่ยววัดในกรุงเทพวัดต่อไปกันครับ

จุดเด่น: เป็นวัดที่มีชื่อเสียง สถาปัตยกรรมโดดเด่น มีทัศนียภาพที่สวยงาม ถ่ายรูปสวยมาก
ตำแหน่งที่ตั้ง: 34 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน 08.00 – 18.00 น.

4. วัดระฆังโฆสิตาราม หรือ วัดระฆัง

วัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของ "พระประธานยิ้มรับฟ้า" แสนอ่อนโยนและมีเมตตา ภายในวัดมีตำหนักจันทน์หรือหอพระไตรปิฎกเป็นสถาปัตยกรรมสร้างในสมัยกรุงธนบุรี เดิมเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นพระราชวรินทร์ตำแหน่งเจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา ในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

อีกทั้งยังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพุฒนาจารย์ (โต พรหมรังสี) มีรูปหล่อของสมเด็จท่านไว้ให้เราได้กราบไหว้ด้วย มีความเชื่อหนึ่งกล่าวไว้ว่า"ไหว้พระวัดระฆัง มีคนนิยมชื่นชม มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดทั้งปี" ดังนั้น ใครอยากชื่อเสียงโด่งดังมีคนชื่นชมต้องห้ามพลาดครับ

จุดเด่น : เป็นวัดที่มีประวัติอันยาวนานและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน 8.00 – 17.00 น.

5. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

อีกหนึ่งวัดสวย ๆ ในกรุงเทพ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม อีกชื่อเรียกว่า วัดหินอ่อน "Mable Temple" วัดบนเหรียญห้าบาทของคนไทย เป็นที่รู้จักดีของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโบราณ มีความวิจิตรงดงามประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุดจากอิตาลี ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินราช จำลองมาจากจังหวัดพิษณุโลกนอกจากจะได้ไปทำบุญเสริมศิริมงคลแล้ว ยังมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ หลายจุดที่ไม่ควรลืมเก็บรูปถ่ายไว้เป็นที่ระลึก

จุดเด่น: มีสถาปัตยกรรมไทยโบราณอันวิจิตรงดงาม ได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่มีการวางแปลนแผนผังที่ดีที่สุดวัดหนึ่ง
ตำแหน่งที่ตั้ง: 69 ถนนพระรามที่ 5 แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน 6.00 – 17.00 น.

6. วัดชนะสงคราม

วัดในกรุงเทพที่เก่าแก่โบราณมากกว่าหลายร้อยปีตั้งแต่สมัยอยุธยา มีประวัติว่าในครั้งที่พระมหากษัตริย์จะออกทำศึก มีการทำพิธีเพื่อสวดทำน้ำพระพุทธมนต์ก่อนออกศึก ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยขนาดใหญ่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าเป็นประธานของอาคาร ล้อมรอบด้วยพระพุทธรูปขนาดเล็กอีก 15 องค์ รวมเป็น 16 องค์ พระประธานมีพระนามว่า "พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหธิศักดิ์ ปูชนียะชยันตะโคดม บรมศาสดาอนาวรญาณ"หรือชาวบ้านชอบเรียกว่า 'หลวงพ่อปู่' ใครอยากทำอะไรแล้วชนะก็มาอธิษฐานขอพรได้เลย

จุดเด่น: เป็นวัดที่มีความสำคัญและประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีความศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนต่างมากราบไหว้ขอพร
ตำแหน่งที่ตั้ง: 77 ถนนจักรพงษ์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น.

7. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือ วัดภูเขาทอง

เริ่มต้นที่พระอุโบสถของวัด ซึ่งประดิษฐาน พระปางสมาธิองค์ใหญ่ ก่อนขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ บนพระบรมบรรพต จำลอง
ซึ่งเป็นภูเขาหนึ่งเดียวในกรุงเทพมหานคร แปะแผ่นทองมณฑปด้านบนพระบรมบรรพต ไหว้จุดสะดือเมือง เวียนเทียนรอบภูเขาทอง แล้วขึ้นไปชมวิวเมืองรับลมให้ชื่นใจ
ระหว่างทางลงแวะกราบนมัสการหลวงพ่อโตก่อนกลับ

จุดเด่น: เป็นวัดที่มีจุดชมวิวสวยมากแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ถ่ายรูปสวยมาก
ตำแหน่งที่ตั้ง: 344 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 7.30 น. - 19.00 น.

8. วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

เป็นอีกหนึ่งวัดในกรุงเทพที่ควรค่าแก่การมากราบไหว้ ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของไทยซึ่งคนทั่วไปไม่ค่อยรู้จักคือ พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา
สร้างโดยพระมหาธรรมราชาลิไทย สมัยกรุงสุโขทัยสมัยเดียวกับพระพุทธชินราช และทั้ง ๓ องค์เคยประดิษฐานอยู่ด้วยกัน ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก
นอกจากนี้ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทคู่บนศิลาแผ่นใหญ่สมัยสุโขทัย และพระไสยา (พระนอน) งดงามในแบบสมัยสุโขทัยอีกด้วย

จุดเด่น: สถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะไทยและจีนอันงดงาม มีภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ เป็นภาพปริศนาธรรมฝีมือขรัวอินโข่ง จิตรกรไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีพระพุทธรูปและโบราณวัตถุสำคัญๆ มากมาย

ตำแหน่งที่ตั้ง: 248 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

9. วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่

ปิดท้ายด้วยวัดสวย ๆ ในกรุงเทพที่เรารู้จักกันดี วัดเล่งเน่ยยี่ มีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบจีน หลาย ๆ คนคุ้นเคยกับการแก้ปีชง เป็นการไหว้พระแบบจีน
มีเทพเจ้าต่าง ๆ หลายองค์ เช่น เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา หรือ "ไท้ส่วย เอี๊ยะ" เทพเจ้าแห่งยาหรือหมอเทวดา "หั่วท้อเซียงซือกง"และที่นิยมไหว้ขอพรมากคือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ"ไฉ่ซิ้งเอี๊ยะ" เทพเจ้าเฮ่งเจีย พระเมตไตรยโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์กวนอิม "แป๊ะกง" และ "แป๊ะม่า" รวมเทพเจ้าในวัด จะมีทั้งหมด 58 องค์

จุดเด่น: เป็นวัดในสังกัดคณะสงฆ์จีนตามลัทธินิกายมหายานที่มีศิลปะงดงามและใหญ่ที่สุดในประเทศ

ตำแหน่งที่ตั้ง: 423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 07.00-18.00 น.

10. วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ความพิเศษคือ เป็นวัดที่มหาสีมาขนาดใหญ่ทำเป็นเสาศิลาจำหลักรูปสีมาธรรมจักรอยู่บนเสา ตั้งที่กำแพงวัดทั้ง 8 ทิศ จึงได้นามว่าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แปลว่าวัดซึ่งพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้างและเป็นวัดซึ่งมีมหาสีมาตั้งอยู่ งดงามด้วยสถาปัตยกรรม

ที่ผสมผสานความเป็นตะวันออกและตะวันตกเอาไว้ด้วยกัน โดยพระอุโบสถภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย ภายในเป็นแบบยุโรปผสมไทย ตกแต่งแบบโกธิคเหมือนโบสถ์คริสต์งดงามมาก มีพระเจดีย์ขนาดใหญ่ทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ ลายเบญจรงค์ทั้งองค์ เหนือฐานพระเจดีย์มีซุ้มโดยรอบ รวม 14 ซุ้ม สวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

จุดเด่น: เป็นวัดที่มีการจัดวางแผนผังอย่างงดงามและประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง มีสถาปัตยกรรมงดงามมาก
ตำแหน่งที่ตั้ง: 2 ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น.

11. วัดราชนัดดารามวรวิหาร

วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อเฉลิมพระเกียรติแก่พระราชนัดดา คือ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าหญิงโสมนัสวัฒนาวดี (ต่อมาเป็นพระอัครมเหสีองค์แรกของรัชกาลที่ 4) จึงทรงพระราชทานนามว่า วัดราชนัดดาราม เมื่อ ปี พ.ศ. 2386 มีความสวยงามโดดเด่นสะดุดตา ใครผ่านไปผ่านมาเป็นอดไม่ได้ต้องยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูป

ด้านในวัดประกอบไปด้วย พระอุโบสถ พระวิหาร และศาลาการเปรียญ โดยรัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโลหะปราสาทขึ้นแทนการสร้างเจดีย์ ความพิเศษ คือ เป็นโลหะปราสาทแห่งแรกของไทย สร้างเป็นอาคาร 7 ชั้น มียอดปราสาท 37 ยอด ยอดปราสาทชั้น 7 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ กลางปราสาทมีบันไดวน 67 ขั้น สามารถเดินขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ด้าน บนได้ สถาปัตยกรรมภายในวัดมีความประณีตตามแบบศิลปะไทย พระอุโบสถมีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันลงรักปิดทอง ประดับด้วยกระจกงดงามมาก

จุดเด่น: โลหะปราสาทของวัดแห่งนี้เป็นโลหะปราสาทหลังที่ 3 ของโลก และเป็นโลหะปราสาทแห่งแรกของไทย
ตำแหน่งที่ตั้ง: 2 ถนนมหาไชย แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

12. วัดพิชัยญาติการาม

อีกหนึ่งวัดเก่าแก่ที่มีประวัติอันยาวนาน ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานพุทธ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าย่านวงเวียนเล็ก เดิมเป็นวัดร้าง สร้างตั้งแต่สมัยใดไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจน แต่ได้ถูกปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่โดยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค) ครั้งมีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาศรีพิพัฒน์ราชโกษา ในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ราว พ.ศ. 2372-2375 ความสวยงามของสถาปัตยกรรมของวัดแห่งนี้คือศิลปะแบบไทยผสมจีน

ซึ่งเป็นแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่มีการค้าขายกับชาวจีน พระอุโบสถไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันทั้งสองข้างเป็นลายมังกรประดับกระเบื้อง และลายดอกไม้ประดับกระเบื้อง องค์พระประธานในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยรุ่นเดียวกับพระพุทธชินราช นามว่า "พระสิทธารถ" อัญเชิญมาจากวัดวิหารทอง จังหวัดพิษณุโลก หรือชาวบ้านเรียกขานว่า "หลวงพ่อสมปรารถนา" ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะอย่างมากเพราะเชื่อกันว่าท่านประทานพรให้สำเร็จสมปรารถนาทุกคน

จุดเด่น: สถาปัตยกรรมแบบไทยผสมจีนอันโดดเด่นสง่างาม ทรงคุณค่าทั้งด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม
ตำแหน่งที่ตั้ง: ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 2 แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน ตลอดทั้งวัน

13. วัดโฝวกวงซัน

ไปยลความสวยงามสุดตื่นตาตื่นใจของวัดจีนในไทยกันบ้าง "วัดโฝวกวงซัน" หรือ "สถาบันพุทธศาสนา เถรวาท-มหายาน" เป็นวัดในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ก่อตั้งขึ้น ณ เมืองเกาสง ไต้หวัน เมื่อ พ.ศ. 2510 เพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาให้แพร่หลาย ไปทั่วโลก โดยขยายสาขาไปสู่ประเทศต่าง ๆ กว่า 200 แห่งรวมทั้งประเทศไทย

ภายในวัดประกอบไปด้วย วิหารกลาง วิหารพระอวโลกิเตศวร ห้องวิปัสสนา ห้องเรียนพุทธศาสนา หอพระไตรปิฎก(ห้องสมุด) หอฉัน หอระฆัง หอกลอง ห้องประชุม และเรือนรับรอง เมื่อเดินเข้าไปจะเห็นถึงความยิ่งใหญ่อลังการ ตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมไต้หวันอันงดงาม มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเทพหลายองค์ให้ไปสักการะขอพร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์" หรือบริเวณองค์เจ้าแม่กวนอิมสีทองอร่ามสูงเด่นสง่างาม ต้องไม่พลาดไปกราบให้ท่านประธานโชคลาภก่อนเดินทางกลับ

จุดเด่น: สถาปัตยกรรมอันงดงามตระการตา ยิ่งใหญ่อลังการ ถ่ายรูปสวย
ตำแหน่งที่ตั้ง: 55 ถนนคู้บอน แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น.

14. วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร

วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า "วัดจอมทอง" หรือ "วัดเจ้าทอง" หรือ "วัดกองทอง" โดยพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทรงสถาปนาวัดจอมทองขึ้นใหม่ เนื่องจากเมื่อครั้งยกทัพไปสกัดทัพพม่าที่ด่านพระเจดีย์สามองค์ในปี พ.ศ. 2363 ทรงหยุดพักและทำพิธีเบิกโขลนทวารตามตำราพิชัยสงคราม พร้อมทรงอธิษฐานขอให้การทัพครั้งนี้ได้ชัยชนะ หลังจากทรงเลิกทัพกลับพระนคร

จึงโปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดจอมทองใหม่ และถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงพระราชทานนามใหม่ว่า 'วัดราชโอรส' อันหมายถึงวัดที่พระราชโอรสทรงสถาปนา ความพิเศษคือ โบสถ์ วิหาร ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ โดยสถาปัตยกรรมและการตกแต่งต่าง ๆ เป็นแบบไทยผสมผสานศิลปะจีน ซึ่งวัดแห่งนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของศิลปกรรมแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 นั่นเอง

จุดเด่น: นับว่าเป็นวัดแรกที่ตกแต่งด้วยศิลปะจีนผสมผสานกับศิลปกรรมไทยได้อย่างงดงามจนเป็นที่เลื่องลือ
ตำแหน่งที่ตั้ง: 258 ซอยเอกชัย 4 ถนนเอกชัย แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น.

15. วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นวัดโบราณเก่าแก่สร้างมาแต่ครั้งสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมชื่อว่า "วัดสามจีน" โดยมีเรื่องเล่าขานกันว่าชาวจีน 3 คน เป็นเพื่อนกันเป็นผู้สร้างวัดขึ้น โดยมีสถาปัตยกรรมในรูปทรงแบบจีน ศิลปะทรงพระราชนิยมในแผ่นดินรัชกาลที่ 3 ความพิเศษ คือ "พระมหามณฑป" ที่ประดิษฐาน "พระพุทธมหาสุวรรณปฎิมากร" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "หลวงพ่อทองคำ" อันโดดเด่นและงดงาม สร้างด้วยทองคำแท้ ได้รับการบันทึกลงในกินเนสบุ๊คว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

ด้วยขนาดหน้าตั้งกว้าง 3.01 เมตร สูง 3.91 เมตร นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานคือ พระพุทธทศพลญาณ ผู้คนทั่วไปเรียกว่า "หลวงพ่อโต" หรือ "หลวงพ่อวัดสามจีน" พุทธศาสนิกชนนิยมมากราบไหว้ขอพรอยู่เสมอ รวมถึงศูนย์ประวัติศาสตร์ นิทรรศการ ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับวัดและการกำเนิดพระพุทธรูปต่างๆ ให้เยี่ยมชมอีกด้วย

จุดเด่น: มีพระพุทธรูปทองคำที่ได้รับการบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊คเมื่อปี พ.ศ.2534 ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ตำแหน่งที่ตั้ง: 661 ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ
วันเวลาเปิดทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

16.วัดพระศรีมหาอุมาเทวี - กรุงเทพฯ

วัดฮินดูในกรุงเทพฯ ที่คนมากมายต่างเคารพบูชา มีเทพมากมายให้บูชา แต่ถ้าอยากขอเรื่องโชคลาภ ต้องขอพรกับ 'พระแม่ลักษมี' ผู้ขึ้นชื่อเรื่องโชคลาภมากที่สุด
ทริคมูให้รวย : สวดบทบูชาพระแม่ลักษมี บอกชื่อ-นามสกุล ตามด้วยถวายเครื่องสักการะ ได้แก่ ดอกบัว หรือดอกไม้อื่นสีชมพู หรือแดง จำนวน 8 ดอกตามพระปางทั้ง 8 ของแม่ลักษมี, ขนมรสมัน เช่น ขนมโมทกะ ขนมลาดู, ผลไม้รสอ่อน เช่น มะพร้าว แอปเปิ้ล สาลี่, น้ำแดง, น้ำอ้อย และธูปหอม

17.วัดอินทารามวรวิหาร

ชวนเปลี่ยนโหมดจาก Cafe Hopping ที่คุ้นเคยมาเป็น Temple Hopping เปิดประสบการณ์ใหม่กรุงเทพมหานคร กับ Hidden Temple ท่องวัดลับย่าน บางยี่เรือ พบความ Amazing ในมุมมองใหม่แบบอินเตอร์แอ็กทีฟ ผ่านแสง สี และเสียงอันงดงามกับ 3 วัดแรกในย่านตลาดพลู ได้แก่ วัดอินทารามวรวิหาร ที่ถ่ายทอดเรื่องราวพระพุทธศาสนาในรูปแบบร่วมสมัยร่วมกับจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหาร

📍การเดินทาง
🚄รถไฟฟ้า BTS สถานีโพธิ์นิมิตร / MRT สถานีท่าพระ
🚆รถไฟไทย สถานีรถไฟฟ้าตลาดพลู
🛥�เรือโดยสาร : ขึ้นจากท่าเรือบางหว้า ลงท่าเรือวัดอินทาราม / ขึ้นจากท่าเรือสะพานพุทธ ลงท่าเรือวัดอินทาราม

4
งานฝีมือ วิธีการจัดช่อดอกไม้แห้งสไตล์เกาหลี มินิมอล แบบหรูหรา

การจัดช่อดอกไม้แห้งสไตล์เกาหลีแบบมินิมอลและหรูหรา (Korean Minimalist & Luxury Dried Bouquet) จะเน้นที่ ความประณีตของวัสดุ การคุมโทนสี และ รูปทรงที่เพรียวบาง (Slender Shape) ไม่ใช่ช่อดอกไม้ที่ใหญ่พะรุงพะรังเหมือนสไตล์ยุโรปค่ะ


วิธีการและเทคนิคสำคัญในการจัดช่อดอกไม้แห้งสไตล์นี้:

🌸 เทคนิคการจัดช่อดอกไม้แห้งสไตล์เกาหลีหรูหรา


1. 🎨 การคัดเลือกและคุมโทนวัสดุ (Material and Color Palette)

สไตล์เกาหลีจะเน้นความเรียบง่ายและดูสะอาดตา (Clean Look)

โทนสีหลัก (Minimal Color): ควรเลือกใช้สีที่อยู่ในโทนอ่อน (Soft/Muted Tone) หรือสีกลาง (Neutral) เป็นหลัก

สีที่นิยม: ครีม, ขาว, เบจ, น้ำตาลอ่อน, ชมพูอ่อน (Dusty Pink), หรือเขียวหม่น (Sage Green)

หลีกเลี่ยง: สีฉูดฉาดหรือสีสดใสหลายสีในช่อเดียว

ดอกไม้จุดเด่น (Focal Flowers): เลือกดอกไม้ที่มีรูปทรงชัดเจนและดูหรูหรา

ตัวอย่าง: ดอกกุหลาบแห้ง (สีเบจ/ชมพูอ่อน), ดอกคอตตอน (Cotton Flower), หรือ ดอกโบตั๋น (Peony) แห้งขนาดเล็ก

ดอกไม้เติมพื้นผิว (Filler & Texture): เน้นความเบาและนุ่มฟู

ตัวอย่าง: หางกระต่าย (Lagurus) สีอ่อน, หญ้าแพมพัส (Pampas) ขนาดเล็ก, แคสเปีย (Caspia), หรือ ยิปโซ (Gypsophila) แห้ง


2. 📏 รูปทรงและสัดส่วน (Shape and Proportion)

สไตล์นี้จะเน้นรูปทรงที่ดูผอมสูงและมีช่องว่าง

รูปทรง: จัดให้เป็นทรง สามเหลี่ยมยาว (Tall Triangle) หรือ ทรงสูงเพรียว (Slender)

เทคนิค: ให้ดอกไม้ที่สูงที่สุดมีความสูงประมาณ 1.5 เท่าของส่วนกว้างที่สุดของช่อ

การจัดวางแบบหลวม: ไม่ควรจัดดอกไม้ให้แน่นจนเกินไป ควรมี ช่องว่างเชิงลบ (Negative Space) ระหว่างดอกไม้ เพื่อให้ดอกไม้แต่ละดอกโดดเด่นและดูโปร่งสบายตา

การจัดแบบเดี่ยว (Single Stem Focus): บางครั้งอาจเน้นดอกไม้แค่ 1-3 ดอกที่สวยที่สุด แล้วล้อมรอบด้วย Filler แบบมินิมอล


3. ✂️ เทคนิคการจัดแบบเกลียวที่ประณีต (Refined Spiral Technique)

จัดช่อให้ก้านดอกไม้ไขว้กันเป็นเกลียวอย่างเป็นระเบียบ เพื่อให้ช่อดูเป็นทรงโค้งมน และถือได้ถนัดมือ


4. 🎁 การห่อช่อดอกไม้ (Luxury Wrapping)

การห่อเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ช่อดูหรูหราตามสไตล์เกาหลี ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้ตัวดอกไม้

วัสดุห่อ: เน้น กระดาษห่อคุณภาพดี และเนื้อแมตต์ (Matte)

นิยมใช้ กระดาษคราฟท์สีอ่อน (Light Beige) หรือ กระดาษห่อสีทึบ (Solid Color) เช่น สีขาว สีเทาอ่อน

อาจใช้กระดาษห่อซ้อนกัน 2-3 ชั้น โดยให้ชั้นด้านในสูงกว่าชั้นนอก เพื่อสร้างมิติ

รูปทรงการห่อ:

เน้นการพับเหลี่ยมมุม: จัดกระดาษห่อให้มีมุมที่คมและเป็นระเบียบ เพื่อเสริมให้ช่อดูทันสมัย

เปิดก้านดอกไม้: ควรห่อให้เห็นก้านดอกไม้แห้งบางส่วนด้านล่าง เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมชาติแบบ Rustic เล็กน้อย

การผูก: ใช้ ริบบิ้นผ้าซาติน (Satin) หรือ ริบบิ้นกำมะหยี่ (Velvet) สีอ่อน (เช่น สีเทาเงิน หรือสีทองเบจ) เพื่อเพิ่มความหรูหรา แทนการใช้เชือกป่าน (Twine) แบบ Rustic ทั่วไป

5
📌โครงการ Natural Parkville บ้านเดี่ยวสไตล์ Contemporary เริ่มต้นเพียง 2.XX ล้าน รับของแถมมูลค่ากว่า 300,000 บาท!!!

โครงการ Nature Park Ville ตั้งอยู่ที่ หัวทะเล – สาย ฉ. อำเภอ เมือง จังหวัดนครราชสีมา
 ใกล้ Tesco Lotus และ Makro หัวทะเล
โครงการมีถนนกว้างถึง 8 เมตร มีรูปแบบบ้าน 2 แบบ จำนวนรวม 8 หลัง

บ้านเดี่ยว พื้นที่กว้าง เพดานสูงโปร่ง
✅ บ้านเดี่ยวแบบ Daisy สไตล์ Contemporary
✅ ขนาดที่ดินเริ่มต้นกว้าง 65 ตารางวา
✅ พื้นที่ใช้สอยถึง 128 ตารางเมตร
✅ ฝ้าเพดานสูงถึง 2.85 เมตร
✅ 3 ห้องนอน – 2 ห้องน้ำ – 1 Walk in closet
✅ 1 ห้องโถง – 1 ห้องครัว – 1 ห้องซักล้าง
✅ 2 ที่จอดรถ

ดำเนินการขอสินเชื่อให้ฟรี!
➡ โดยทีมงานมากประสบการณ์ ชำนาญการทำงานร่วมกับธนาคาร
➡ ทำเรื่องกู้ให้ลูกบ้านผ่านมาแล้วกว่า 100 หลัง
➡ ข้าราชการ พนักงานประจำ มีสลิปเงินเดือนโอกาสกู้ผ่านสูง
➡ กู้ร่วม 2 – 3 คนได้

โครงการ Natural Parkville บ้าน Type A ทรง Contemporary
ติดต่อสอบถามข้อมูล สนใจเข้าชมโครงการ บ้านสวย Infinity
โทร 063-6611189
เว็บไซด์ : https://homes-realestate.com/
Facebook : https://www.facebook.com/Baansuayinfinity
Line : https://lin.ee/lZhrPkv  ทักได้เลยครับ
Youtube : 


6
📌 10 เมนูไข่ทำง่าย รายได้ปัง! 🍳
ไข่…อาหารธรรมดาที่สร้างรายได้ไม่ธรรมดา!
คุณกำลังมองหาเมนูที่ลงทุนน้อย กำไรดี ทำง่าย ขายได้ทุกวัน ใช่ไหม?
เมนูไข่คือคำตอบ! อาหารที่ใครๆ ก็ชอบ ทุกเพศทุกวัย ไม่มีวันตกเทรนด์!
 
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้:
🍳 สูตรลับพร้อมเทคนิคระดับมืออาชีพ ที่ทำให้เมนูไข่ธรรมดากลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านคุณ
🍳 ครบทุกรูปแบบ ทั้งทอด ต้ม นึ่ง จี่ ปรุงง่ายแต่รสชาติเด็ด อร่อยเหมมือนกันทุกจาน
🍳 เทคนิคการตั้งชื่อเมนูให้โดดเด่นโดนใจลูกค้า สะดุดตา ทำให้ตัดสินใจสั่งทันที!
#แม้ไม่เคยทำอาหารขาย ก็เริ่มต้นธุรกิจได้จากคอร์สนี้!

เมนูไข่คือทางลัดสู่ความสำเร็จ…เพราะ
✅ ต้นทุนต่ำ กำไรสูง
✅ ทำง่าย ขายคล่อง
✅ ลูกค้าทุกกลุ่มชื่นชอบ
✅เป็นเมนูกินบ่อยไม่น่าเบื่อ
พิเศษเฉพาะวันนี้! สมัครเลย เริ่มต้นธุรกิจอาหารสร้างรายได้จกครัวที่บ้านได้ทันที!

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


7
เด็กที่ผ่านการจัดฟันเด็ก EF Line มาแล้ว เมื่อโตขึ้นสามารถเข้ารับการจัดฟันได้อีกหรือไม่

สุขภาพช่องปากและฟันของเด็ก เป็นเรื่องที่สำคัญมาก การที่เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีตั้งแต่ยังเป็นฟันน้ำนม ก็ถือว่าเป็นต้นทุนของเราในการที่จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพฟันที่แข็งแรง ซึ่งในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็ควรที่จะได้รับการดูแลรักษาความสะอาดที่ดีเหมือนกัน ยิ่งในเด็กด้วยแล้ว ยิ่งต้องเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ เพราะฟันของเด็ก ที่ยังเป็นฟันน้ำนม ส่งผลต่อการขึ้นของฟันแท้ ซึ่งนั่นหมายความว่า การที่พ่อแม่ผู้ปกครอง คอยเอาใจใส่ในเรื่องขอวงสุขภาพฟันของเด็กตั้งแต่เล็กๆ ก็จะทำให้เด็กสามารถเติบโตไปเป็นคนที่มีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามได้

สำหรับการรักษาฟันของเด็กที่มีความผิดปกติ ตั้งแต่อายุยังน้อย ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ถึงแม้ว่าพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่คิดว่า การจัดฟันในเด็กนั้น ยังไม่มีความจำเป็น แต่เราอยากให้เข้าใจก่อนว่า การที่เด็กมีปัญหาฟันตั้งแต่ยังเป็นฟันน้ำนม จะส่งผลทำให้เด็กมีสุขภาพฟันที่ไม่ดีในอนาคตได้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะหมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติของรูปร่างฟันและลักษณะการขึ้นของฟันของลูกน้อย และถ้ามีสัญญาณความผิดปกติ ก็ควรพาเด็กเข้าไปพบทันตแพทย์จัดฟัน เพื่อทำการแก้ไข เพราะในปัจจุบันวงการทันตกรรมได้มีความก้าวหน้าไปมาก

ทำให้เด็กสามารเข้ารับการจัดฟันได้ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ซึ่งเรียกว่า การจัดฟัน EF Line ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาฟันที่เกิดจากพฤติกรรมของเด็ก เช่น การดูดนิ้ว การดูดขวดนม ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลต่อการทำงานของฟันของลูกน้อย ได้ ดังนั้น การที่เด็กได้เข้ารับการจัดฟัน EF Line ก็จะช่วยแก้ไขในเรื่องของการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อ ช่วยปรับตำแหน่งลิ้น และยังสามารถช่วยจัดการฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้ สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของเด็กที่เคยผ่านการจัดฟันแบบ EF Line มาแล้ว ในอนาคตสามารถเข้ารับการจัดฟันได้อีกหรือไม่

ซึ่งแน่นอนว่า การจัดฟัน EF Line จะสามารถปรับโครงสร้างของใบหน้า ช่วยปรับตำแหน่งของลิ้น และช่วยทำให้เด็กมีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามอยู่แล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนอายุมากขึ้น ถ้าหากเด็กมีปัญหาฟันผุหรือโรคเหงือกอักเสบหรือมีอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียฟัน แน่นอนว่า ปัญหาฟันก็จะต้องเกิดขึ้นได้ ถึงแม้ว่าเด็กจะเคยผ่านการจัดฟันแบบ EF Line มาแล้ว และในอนาคตเกิดมีปัญหาในเรื่องของฟัน ก็สามารถเข้ารับการรักษาด้วยการจัดฟันได้

ซึ่งในปัจจุบันการจัดฟันก็มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ สำหรับผู้ที่เคยผ่านการจัดฟันแบบ EF Line มาแล้ว เมื่อโตขึ้นก็สามารถเข้ารับการจัดฟันแบบใสได้ เพราะจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาฟันที่ไม่รุนแรงมากนัก ด้วยเครื่องมือการจัดฟันที่จะเป็นตัวช่วยทำให้ฟันเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องได้ หรือจะเข้ารับการจัดฟันในรูปแบบอื่นก็ได้ แต่ก่อนเข้ารับการรักษา ผู้เข้ารับการจัดฟัน จะต้องปรึกษาทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจช่องปากในเบื้องต้นเสียก่อน เพื่อให้ทันตแพทย์ได้พิจารณาว่า ปัญหาฟันของคุณเหมาะสมที่เข้ารับการจัดฟันในรูปแบบใด เพื่อให้มีผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

สำหรับใครที่สนใจพาบุตรหลานของท่าน เข้ารับการรักษาด้วยการจัดฟัน EF Line ก็สามารถติดต่อทางคลินิกได้ เพราะเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านทันตกรรมของเด็ก และยังสามารถช่วยแนะนำวิธีการดูแลรักษาความสะอาดช่องปากและฟันได้อย่างถูกต้อง หรือใครที่สนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส ก็สามารถปรึกษาทันตแพทย์ที่คลินิกได้เช่นเดียวกัน เพราะทางคลินิกของเราได้ผ่านการรับรองขั้นสูงสุดจาก Invisalign ให้สามารถให้บริการจัดฟันแบบใสได้ตามมาตรฐานสากล และยังมีความปลอดภัยด้วย เราอยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน เพื่อที่จะได้มีฟันที่สวยงาม ลดปัญหาการเกิดฟันผุ และยังช่วยส่งเสริมทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

8
จัดฟันบางนา: ทำไมเครื่องมือการจัดฟันบางชิ้นมีลักษณะที่แตกต่างกัน

หลายคนที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน โดยเฉพาะในเรื่องของลักษณะของฟันและรูปร่างของฟัน ซึ่งการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับฟันด้วยการเข้ารับการจัดฟันที่เป็นสิ่งที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายคนเลือกใช้วิธีการเข้ารับการจัดฟันแบบใส เพราะการจัดฟันแบบใสนั้นก็เป็นการรักษาทางทันตกรรมอย่างหนึ่ง เป็นการจัดฟันรูปแบบใหม่ ที่มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการรักษา โดยทันตแพทย์จะทำการวางแผนการรักษาด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถแสดงแผนการรักษา ออกมาในรูปแบบของ 3D โดยเครื่องมือการจัดฟันแบบใสนั้นสามารถทำให้ฟันของเราเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้ฟันเรียงตัวกันอย่างสวยงาม โดยเครื่องมือจัดฟันแต่ละชุดจะค่อยๆ ช่วยจัดเรียงฟันของเราให้สวยอย่างเป็นธรรมชาติ

ซึ่งแน่นอนว่าการจัดฟันแบบใสนั้น เป็นที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ด้วยผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ไลพ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เพราะการจัดฟันแบบใส สามารถทำให้ชีวิตประจำวันของเราสะดวกสบาย เพราะสามารถถอดเครื่องมือออกได้ขณะรับประทานอาหารและขณะทำความสะอาดช่องปากและฟัน ซึ่งจะแตกต่างจากการจัดฟันในรูปแบบอื่น ที่ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาในเรื่องของการรับประทานอาหาร เพราะผู้เข้ารับการจัดฟันแบบสวมใส่เครื่องมือแบบติดแน่นจะทำให้รับประทานอาหารได้ไม่หลากหลายและต้องระมัดระวัง เพราะอาจจะทำให้เครื่องมือจัดฟันหลุดได้ขณะรับประทานอาหารและในการทำความสะอาดช่องปากและฟันก็ทำได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากมีเครื่องมือการจัดฟันติดอยู่ภายในช่องปาก อาจจะทำความสะอาดได้ไม่ดีเท่าที่ควรเพราะฉะนั้น จุดเด่นของการจัดฟันแบบใสก็คือเครื่องมือการจัดฟันที่มีความใสและสามารถถอดออกได้ง่ายนั่นเอง

และสำหรับใครที่กำลังเข้ารับการจัดฟันแบบใส อาจจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเครื่องมือการจัดฟันแบบใส เพราะบางชิ้นก็มีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับการรักษาและปัญหาฟันของแต่ละบุคคล เนื่องจากเครื่องมือการจัดฟันแบบใสถูกออกแบบมาเฉพาะบุคคล และแน่นอนว่า การทำงานก็จะมีความแตกต่างกันออกไปด้วยเพราะเครื่องมือบางชิ้นอาจจะมีตุ่มหรือส่วนนูน ซึ่งหลายคนเกิดความสงสัยว่าทำไมเครื่องมือการจัดฟันแบบใสบางชิ้นถึงมีตุ่มหรือส่วนนูน ต้องบอกก่อนว่า การรักษาด้วยการจัดฟันแบบใส ของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน

ซึ่งการเคลื่อนที่บางอย่างอาจต้องมีตัวยึดหรือส่วนนูนเพื่อช่วยให้เครื่องมือการจัดฟันแบบใสสามารถยึดเกาะกับฟันได้ โดยตุ่มจะเป็นส่วนที่เครื่องมือการจัดฟันยึดเกาะกับตัวยึดที่ทันตแพทย์ติดไว้กับฟันของเราซึ่งที่จริงแล้วตัวยึดจะเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็กที่ถนัดแพร่ติดไว้กับฟันของเราซึ่งจะยึดเกาะกับตุ่มที่อยู่บนเครื่องมือ การจัดฟันแบบใสและส่วนนูนที่เป็นรอยเว้านั้นก็เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งเพื่อทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของฟันตามแผนการรักษาที่ทันตแพทย์ได้วางไว้นั่นเอง ซึ่งการวางแผนของทันตแพทย์จะสามารถบ่งบอกได้ถึงจำนวนเครื่องมือการจัดฟันและระยะเวลาในการจัดฟันของแต่ละบุคคลเพื่อให้การเคลื่อนฟันเป็นไปตามตำแหน่งในช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วย

แต่ทั้งนี้การสวมใส่เครื่องมือการจัดฟันแบบใสถึงแม้ว่าจะสามารถถอดเข้าออกได้ง่าย แต่ก็มีข้อจำกัดนั่นก็คือผู้เข้ารับการรักษาจะต้องสวมใส่เครื่องมือการจัดฟันแบบใสเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 20 -22 ชั่วโมงตามคำแนะนำของทันตแพทย์เพราะถ้าหากผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใสไม่สวมใส่เครื่องมือหรือไม่ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัดแล้ว ก็อาจจะทำให้ผลการรักษาเกิดการคลาดเคลื่อนได้

ดังนั้น ในเรื่องของวินัยการสวมใส่เครื่องมือการจัดฟันแบบใส จึงมีความสำคัญและเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้ผลการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับใครที่สนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใสสามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการจัดฟันแบบใส คอยให้คำแนะนำ สำหรับใครที่สนใจทางเรามีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจจะเข้ารับการจัดฟันแบบใสโดยราคาเริ่มต้นที่ 49,000 บาท จากปกติ 69,000 บาท เพราะทางเราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี เพราะการมีสุขภาพช่องปากและฟันนั้นหมายถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย

9
บริการทำความสะอาด: 10 จุดเล็ก ๆ ในบ้านที่คนมักลืมทำความสะอาด

การทำความสะอาดบ้านแบบ Big Cleaning บางครั้งเราก็มุ่งเป้าไปที่พื้นหรือชั้นวางของจนมองข้าม "ซอกมุม" เล็ก ๆ ที่สะสมฝุ่นและเชื้อโรคมานานปีครับ

10 จุดในบ้านที่คนมักลืมทำความสะอาด ลองเช็กดูครับว่าบ้านคุณลืมจุดไหนไปบ้างหรือเปล่า?

1. ยอดขอบประตูและขอบบัวพื้น
เรามักมองข้ามหลังขอบประตูที่อยู่สูงกว่าระดับสายตา และขอบบัวไม้ที่ติดกับพื้น จุดนี้เป็นที่วางชั้นดีของฝุ่นหนา ๆ เลยครับ

วิธีแก้: ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาด ๆ ลูบทีเดียวก็ออกครับ

2. สวิตช์ไฟและลูกบิดประตู
นี่คือจุดที่ "สกปรกที่สุด" ในแง่ของเชื้อโรค เพราะทุกคนในบ้านต้องสัมผัสทุกวันแต่แทบไม่มีใครเช็ดทำความสะอาด

วิธีแก้: ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดสัปดาห์ละครั้ง เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัส

3. รีโมทคอนโทรล
ไม่ว่าจะเป็นรีโมทแอร์หรือทีวี ร่องกดเล็ก ๆ คือแหล่งสะสมของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วและคราบมันจากมือ

วิธีแก้: ใช้คอตตอนบัดชุบแอลกอฮอล์เช็ดตามซอกปุ่มกดครับ

4. ใต้ตู้เย็นและหลังเครื่องซักผ้า
สองจุดนี้คือ "แดนสนธยา" ของเศษผง เส้นผม และรังแมงมุม ซึ่งส่งผลต่อการระบายความร้อนของเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย

วิธีแก้: ใช้ไม้ขนไก่แบบยาวพิเศษหรือหัวดูดฝุ่นแบบแบนแหย่เข้าไปทำความสะอาดเดือนละครั้ง

5. ใบพัดพัดลมเพดานหรือโคมไฟระย้า
ถ้าไม่เงยหน้ามองเราจะไม่เห็นเลยว่ามีฝุ่นเกาะจนเป็นก้อน พอเปิดพัดลมทีฝุ่นพวกนี้ก็จะกระจายไปทั่วห้อง

วิธีแก้: ใช้ ปลอกหมอนเก่า สวมเข้าไปที่ใบพัดแล้วรูดออก ฝุ่นจะตกลงไปในปลอกหมอน ไม่กระจายลงพื้นครับ

6. ถังขยะ (ด้านในและก้นถัง)
เรามักเปลี่ยนถุงขยะแต่ลืมล้างตัวถัง คราบน้ำขยะที่ซึมออกมาคือต้นเหตุของกลิ่นเหม็นในบ้าน

วิธีแก้: ล้างด้วยน้ำผสมน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำส้มสายชู แล้วตากแดดให้แห้งสนิท

7. แปรงฟันและที่เก็บแปรงฟัน
แก้วน้ำหรือแท่นวางแปรงฟันมักมีคราบตะกรันน้ำและเชื้อราสีดำสะสมอยู่ด้านล่าง

วิธีแก้: นำไปล้างด้วยน้ำยาล้างจานและแช่น้ำยาบ้วนปากทิ้งไว้บ้างเพื่อฆ่าเชื้อ

8. ตะแกรงพัดลมระบายอากาศในห้องน้ำ
จุดนี้มักมีฝุ่นเหนียว ๆ ผสมความชื้นเกาะอยู่จนลมระบายไม่ออก ทำให้ห้องน้ำเหม็นอับและเป็นเชื้อราง่าย

วิธีแก้: ถอดหน้ากากออกมาล้างด้วยน้ำสบู่และใช้แปรงสีฟันเก่าขัดออกครับ

9. กระเป๋าถือหรือกระเป๋าสตางค์
เราวางกระเป๋าไว้ทุกที่ ตั้งแต่เบาะรถไปจนถึงโต๊ะอาหาร ทำให้ก้นกระเป๋าเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี

วิธีแก้: ใช้ทิชชู่เปียกแบบฆ่าเชื้อเช็ดที่ก้นกระเป๋าและสายสะพายบ่อย ๆ

10. พรมเช็ดเท้าใต้โซฟาหรือเตียง
เรามักดูดฝุ่นเฉพาะส่วนที่มองเห็น แต่ส่วนที่สอดอยู่ใต้เฟอร์นิเจอร์มักเป็นที่อยู่ของไรฝุ่น

วิธีแก้: ม้วนพรมออกมาซักหรือตากแดดจัด ๆ ทุกเดือนครับ


💡 เคล็ดลับ

การทำความสะอาดจุดเล็ก ๆ เหล่านี้ไม่ต้องทำพร้อมกันหมดก็ได้ครับ ลองใช้วิธี "วันละหนึ่งจุด" เพิ่มเข้าไปในกิจวัตรปกติ จะช่วยให้บ้านสะอาดแบบลึกซึ้งโดยไม่รู้สึกเหนื่อยเกินไปครับ

10
ซ่อมบำรุงอาคาร: สัญญาณเมื่อคอมเพรสเซอร์แอร์เริ่มเสื่อมสภาพ

ประเทศไทย ถือว่าเป็นเมืองที่มีอากาศร้อนอบอ้าวมาก จึงไม่แปลกที่ปัจจุบัน หลายบ้านเลือกที่จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อคลายร้อน แต่ก็ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายในบ้านที่เพิ่มมากขึ้น แต่ทั้งนี้ ภายในแอร์นั้น ก็มีความชื้นสะสมเป็นจำนวนมาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ง่าย และส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ วิธีการใช้งานแอร์ที่ถูกต้อง คือเราต้องหมั่นล้างแอร์ตามเวลาที่กำหนด หรือถ้าใช้งานเป็นประจำทุกวัน ก็ควรล้างอย่างน้อย ปีละ 3-4 ครั้ง เพราะการล้างทำความสะอาดแอร์จะทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนักและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แถมยังช่วยประหยัดค่าไฟอีกด้วย

ในทางกลับกันถ้าหากเราไม่ล้างทำความสะอาดแอร์ ก็จะทำให้แอร์ที่การสะสมของเชื้อโรค ทำร้ายสุขภาพของเราได้ และยังทำให้แอร์ต้องทำงานหนักกว่าปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุของการทำให้แอร์ของคุณพังก่อนเวลาที่ควรจะเป็น เพราะนอกจากการทำความสะอาดแอร์แล้ว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะเร่งให้แอร์ของเราพัง หากใช้ไม่ถูกวิธี โดยเราจะต้องตรวจสอบและใช้งานให้ถูกต้องเพื่อยืดอายุการใช้งานของแอร์ของเราด้วย ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงประเด้นของสัญญาณอันตราย ที่จะบ่งชี้ว่าคอมเพรสเซอร์แอร์เริ่มเสื่อมสภาพ ซึ่งตัวคอมเพรสเซอร์แอร์ถือว่าเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญมากเช่นกันที่เราจะต้องดูแลรักษา

คอมเพรสเซอร์แอร์ เป็นชิ้นส่วนที่เรียกว่าเป็นหัวใจหลักของแอร์เลยก็ว่าได้ เพราะมีหน้าที่อัดสารความเย็นหรือน้ำยาแอร์เข้ามาแล้วส่งไปตามท่อ ส่งต่อไปยังเครื่องควบแน่น ให้น้ำยาแอร์มีแรงดันสูงจนเป็นไอ ด้วยการระบายความร้อนของน้ำยาแอร์ออกไปด้วยพัดลมระบายอากาศ เพราะหากคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานแอร์ก็จะไม่เย็น เพราะไม่สามารถอัดอากาศเข้ามาได้ หากพบว่าแอร์ไม่เย็นหรือเย็นไม่เต็มที่ ก็เป้นอีกหนึ่งสัญญาณที่กำลังบอกว่า คอมเพรสเซอร์แอร์กำลังมีปัญหา

นอกจากนี้ แอร์ที่ใช้งานมานาน มีโอกาสที่แผงคอยล์ร้อนที่ชุดคอมเพรสเซอร์จะผุกร่อนจากการเผชิญสภาพอากาศมาเป็นระยะเวลายาวนาน แอร์รุ่นใหม่มีการเคลือบสารบลูฟินทำให้แผงคอยล์ร้อนทนต่อการกัดกร่อน จากกรดจากฝนหรือสารพิษในอากาศ นอกจากนี้ คอมเพรสเซอร์ที่เสื่อมสภาพยังทำให้แอร์มีเสียงดังอีกด้วย สำหรับสัญญาณที่บอกว่าคอมเพรสเซอร์แอร์เริ่มเสื่อมสภาพ เราจะสังเกตได้จาก แอร์จะมีความเย็นน้อยลง ทั้งๆที่พึ่งจะล้างแอร์เติมน้ำยาไปใหม่ๆ เพราะคอมเพรสเซอร์ไม่มีกำลังในการขับน้ำยาให้หมุนเวียนได้ตามปกติ หรือแอร์จะมีความเย็นน้อยลงกว่าสมัยซื้อมาใหม่ๆ เมื่อใช้ไปนานๆก็ย่อมมีการสึกหรอเหมือนกัน นอกจากนี้ เมื่อเปิดแอร์ได้สักพักเบรกเกอร์จะเด้งตลอด

ซึ่งวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ ถ้าเป็นคอมเพรสเซอร์แอร์แบบโรตารี่ควรทำการเปลี่ยนเลยไม่ควรนำมาซ่อมแล้วใช้ใหม่ ซึ่งก่อนเปลี่ยนท่านก็ควรพิจารณาด้วยว่าแอร์ที่ใช้เป็นแอร์ขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ เพราะถ้าเป็นแอร์ขนาดเล็ก ถ้าเปลี่ยนคอมก็อาจจะไม่คุ้มเท่าซื้อใหม่เลย เพราะราคาแอร์ขนาดเล็กในปัจจุบันมีราคาที่ถูกมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้เครื่องปรับอากาศ คงจะหนีไม่พ้นการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศให้ถูกวิธี

ยิ่งเราใช้งานหนัก ก็ต้องล้างทำความสะอาดบ่อยตามไปด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทุกคนทุกบ้านที่มีแอร์จะต้องรู้ เพราะไม่อย่างนั้น จะทำให้แอร์มีอายุการใช้งานที่สั้นลง และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของคนในบ้านด้วย ดังนั้น ควรล้างทำความสะอาดทุกๆ 3-6 เดือนจะเป็นระยะเวลาที่ดีและเหมาะสมมากที่สุด

หากมีปัญหาดังกล่าวและอาการข้างต้น และต้องการที่จะทำการซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ ล้างทำความสะอาด ก็สามารถติดต่อทางเราได้ เพราะเรามีบริการดูแลระบบปรับอากาศภายในอาคาร มีช่างแอร์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มานานหลายปี สามารถดูแลเครื่องปรับอากาศของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐาน เพื่อให้ทุกคนได้ใช้งานเครื่องปรับอากาศอย่างเต็มประสิทธิภาพ มีความสะอาด และยังช่วยประหยัดในเรื่องของค่าไฟฟ้าได้ด้วย เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายของเครื่องปรับอากาศ และยังให้เครื่องปรับอากาศมีความสะอาดมากยิ่งขึ้น ทำให้มีสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น

หน้า: [1] 2 3 ... 175
โพสต์ฟรี ลงประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี google ลงประกาศขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด ประกาศฟรี ขายฟรี ขายรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ สถานที่ท่องเที่ยว เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ Google