doctor at home: คลินดามัยซิน (Clindamycin)

  • 0 ตอบ
  • 1785 อ่าน
doctor at home: คลินดามัยซิน (Clindamycin)
« เมื่อ: 19มกราคม2025, 16:43:25pm »
doctor at home: คลินดามัยซิน (Clindamycin)

คลินดามัยซิน (Clindamycin) เป็นยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย ตัวยาจะออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย มักใช้รักษาสิวอักเสบ การติดเชื้อของผิวหนัง การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ การติดเชื้อในช่องปาก การติดเชื้อในช่องท้อง หรือการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด โดยแพทย์อาจใช้เป็นยารักษาเพียงตัวเดียว ใช้ควบคู่กับยาปฏิชีวนะตัวอื่น หรือใช้เมื่อใช้ยาตัวอื่นไม่ได้ผล

คลินดามัยซิน (Clindamycin)

เกี่ยวกับคลินดามัยซิน
กลุ่มยา    ยาปฏิชีวนะ
ประเภทยา    ยาตามใบสั่งแพทย์
สรรพคุณ    ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
กลุ่มผู้ป่วย    เด็กและผู้ใหญ่

การใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์และผู้ให้นมบุตร    Category B จากการศึกษาในสัตว์ ไม่พบความเสี่ยงในการทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์สัตว์ แต่ไม่มีการศึกษาในมนุษย์หรืออาจพบผลไม่พึงประสงค์ในสัตว์ และยังไม่พบความเสี่ยงในมนุษย์เมื่อใช้ในช่วงสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ รวมทั้งไม่มีหลักฐานทางการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า มีความเสี่ยงเมื่อใช้ในช่วงหลังเดือนที่สามเป็นต้นไป ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์และอยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยา

รูปแบบของยา    ยารับประทาน ยาทา และยาฉีด

คำเตือนของการใช้ยาคลินดามัยซิน

เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา ผู้ใช้ยาควรระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

    ก่อนใช้ยาต้องแจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพ้ยาและประวัติการป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะลำไส้อักเสบ ป่วยเป็นโรคตับขั้นรุนแรง หรือมีประวัติเกิดอาการแพ้
    ก่อนใช้ยาต้องแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่กำลังใช้อยู่และการรักษาที่ได้รับในปัจจุบัน
    ผู้หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังวางแผนมีบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา

ปริมาณการใช้ยาคลินดามัยซิน

ปริมาณการใช้ยาคลินดามัยซินจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ขึ้นอยู่กับอายุของผู้ป่วย รูปแบบของยาที่ใช้ และดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา โดยมีตัวอย่างการใช้ยาดังนี้
การติดเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกและกลุ่ม Anaerobic Bacteria


ตัวอย่างการใช้ยาชนิดรับประทาน ได้แก่

เด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี ให้รับประทานยาในปริมาณ 3–6 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 6 ชั่วโมง

ผู้ใหญ่ การติดเชื้อระดับรุนแรงปานกลาง ให้รับประทานยาปริมาณ 150–300 มิลลิกรัม ทุก 6 ชั่วโมง หากติดเชื้อรุนแรงมากจะเพิ่มปริมาณยาเป็น 300–450 มิลลิกรัม ทุก 6 ชั่วโมง และการติดเชื้อสแตฟิโลค็อกคัสชนิดเบต้า ฮีโมไลติก ให้รับประทานยาต่อเนื่องหลังจากหายจากการติดเชื้อแล้วไปอีก 10 วัน เพื่อป้องกันการเกิดไข้รูมาติกและภาวะไตอักเสบ


ตัวอย่างการใช้ยาชนิดฉีดเข้าหลอดเลือด ได้แก่

เด็กอายุ 1 เดือนขึ้นไป แพทย์จะฉีดยาปริมาณ 15–25 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หากติดเชื้อรุนแรงมากอาจปรับเป็น 25–40 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยกำหนดปริมาณยาขั้นต่ำให้เกิน 300 มิลลิกรัม/วัน แบ่งให้ยาในปริมาณเท่า ๆ กันวันละ 3–4 ครั้งจนครบปริมาณ

ผู้ใหญ่ แพทย์จะฉีดยาปริมาณ 600–1,200 มิลลิกรัมต่อวัน หากติดเชื้อรุนแรงมากอาจเพิ่มเป็น 1,200–2,700 มิลลิกรัมต่อวัน และอาจสูงสุดถึง 4,800 มิลลิกรัม โดยแบ่งฉีด 2–4 ครั้งต่อวัน หรือค่อย ๆ ให้ผ่านทางหลอดเลือดดำ และการติดเชื้อสแตฟิโลค็อกคัสชนิดเบต้า ฮีโมไลติก จะฉีดยาต่อเนื่องหลังจากหายจากการติดเชื้อแล้วไปอีก 10 วัน เพื่อป้องกันการเกิดไข้รูมาติกและภาวะไตอักเสบ


สิว

ผู้ใหญ่ ยาทาแบบน้ำให้ทายาบริเวณที่เป็นสิววันละ 2 ครั้ง และยาทาแบบเจลให้ทาบริเวณที่เป็นสิววันละ 1 ครั้ง

การใช้ยาคลินดามัยซิน

ผู้ป่วยควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ โดยยาชนิดรับประทานให้รับประทานขณะท้องว่างอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนอาหาร หรือ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร ทุก 6–8 ชั่วโมง หากลืมรับประทานยาสามารถรับประทานได้ทันที แต่หากใกล้ถึงกำหนดรอบต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานยารอบถัดไป และยาชนิดทาให้ทาเฉพาะบริเวณที่แพทย์แนะนำตามปริมาณที่กำหนด และควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ผู้ป่วยไม่ควรใช้ยาเกินปริมาณ และไม่ควรหยุดใช้ยาด้วยตนเองหากยังไม่ครบที่แพทย์กำหนด เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงในการดื้อเชื้อแบคทีเรียต่อไป และเชื้ออาจพัฒนาจนต้านยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาได้ สำหรับผู้หญิงให้นมบุตร หากใช้ยาแล้วเกิดอาการแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการท้องร่วง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ หรือถ่ายเป็นเลือด ควรหยุดใช้ยาแล้วไปพบแพทย์ทันที


ปฏิกิริยาระหว่างยาคลินดามัยซินกับยาอื่น

หากกำลังที่ใช้ยาชนิดใดอยู่ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อน โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะชนิดอื่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือด และยาไรแฟมพิซิน (Rifampicin)

นอกจากยาในข้างต้น อาจมียาหรือสารชนิดอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของยาคลินดามัยซินได้เช่นกัน ผู้ที่กำลังใช้ยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่าง ๆ อยู่ ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนใช้ยาคลินดามัยซิน


ผลข้างเคียงจากการใช้ยาคลินดามัยซิน

ผู้ป่วยอาจเกิดอาการจากการแพ้ยา เช่น ผื่นขึ้น หายใจติดขัด หน้าบวม หรืออาจเกิดผลข้างเคียงจากตัวยาได้ ผู้ป่วยควรหยุดใช้ยาแล้วรีบไปพบแพทย์ทันที

รวมถึงหากอาการแย่ลงหรือไม่ดีขึ้น เกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ จากการใช้ยา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบโดยเร็ว เช่น ท้องไส้ปั่นป่วน ท้องร่วง ถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือเป็นเลือด รู้สึกขมปาก รู้สึกเวียนหัว มึนงง กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นดีซ่าน ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ เจ็บคอ แสบตา

 

โพสต์ฟรี ลงประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี google ลงประกาศขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด ประกาศฟรี ขายฟรี ขายรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ สถานที่ท่องเที่ยว เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ Google